วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้เข้มปล่อยกู้รถมือสอง เพิ่มเงินดาวน์

ทิสโก้ประเมินตลาดรถเก่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ชี้อาจเห็นคนทิ้งรถเก่าไปซื้อรถใหม่แทน เร่งคุมเข้มทั้งการจัดกลุ่มลูกค้า-เพิ่มเงินดาวน์

นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเช่าซื้อในปีนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ธนาคารยังคงตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่ระดับ 15% แต่มีโอกาสที่จะขยายตัวได้สูงถึง 20% โดยการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ จะสูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย

"ขณะที่สินเชื่อที่ปล่อยให้กับโครงการรถคันแรกนั้นมีประมาณ 70,000 คัน ในขณะนี้ยังมีคุณภาพที่ดีมาก และมีหนี้เสียในระดับต่ำ หรือแทบไม่มีรถที่ถูกยึดเลย เนื่องจากธนาคารตั้งเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่เข้มงวด ทั้งเงินดาวน์ในระดับสูง และต้องมีผู้ค้ำประกันทำให้พอร์ตสินเชื่อดังกล่าวมีคุณภาพกว่าสินเชื่อปกติ" นางอรนุช กล่าว

ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีสัญญาณการเกิดหนี้เสียในตลาดรถยนต์มือสองมากขึ้น เนื่องจากมีปริมาณรถใหม่ออกมามาก ทำให้ผู้บริโภคมองว่าการซื้อรถใหม่ จะมีความคุ้มค่ากว่ารถมือสอง ทำให้เกิดการทิ้งรถเก่ามากขึ้น ธนาคารจึงปรับเงื่อนไขการสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ได้แก่ การเลือกกลุ่มลูกค้ามากขึ้นจากเดิมที่ในภาวะเศรษฐกิจดี ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม การเพิ่มเงินดาวน์ โดยเฉพาะราคารถมือสองที่ปรับลดลง ในขณะนี้การประเมินหลักประกัน ก็ปรับลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อรถมือสองประมาณ 18% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่มีแนวโน้มที่สัดส่วนสินเชื่อรถมือสองจะปรับลดลง ซึ่งธนาคารจะปรับตัวตามภาวะตลาดเป็นหลัก

"รถใหม่ออกมาเยอะ รถมือสองก็ราคาตก ทำให้ตลาดที่เริ่มมีสัญญาณคือตลาดรถเก่า ผู้บริโภคอาจทิ้งรถเก่าเพื่อไปหาคันใหม่ เพราะซื้อคันใหม่คุ้มกว่า ซึ่งจริงๆ ที่ผ่านมารถมือสองปรับขึ้นมาสูงเกินไป ขนาดที่ว่ายึดมาขายต่อยังกำไร แต่ตอนนี้ภาวะนั้นหายไปแล้ว รถเก่าขายก็ขาดทุน ดังนั้นพอเริ่มเห็นราคารถเก่าปรับลดลงมูลค่าหลักประกันก็ลดลงไปด้วย เงินดาวน์จึงต้องเพิ่มขึ้น และเมื่อรถเก่าราคาถูกลงเพราะไม่ได้รับความนิยม พอร์ตสินเชื่อก็ปล่อยน้อยลงไปโดยปริยาย"

สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก แต่ในขณะนี้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ในส่วนของความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนนั้น ธนาคารมองว่า ความเสี่ยงจะขึ้นกับสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่สามารถกดเงินได้ โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ดังนั้น ทิศทางของธนาคารในการทำตลาดสินเชื่อรายย่อย จะมุ่งเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นหลัก