วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช.การช่างพร้อมชิงเค้กประมูล2ล้านล้าน

ช.การช่าง พร้อมร่วมประมูลทุกโครงการตามแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท คาดมีส่วนแบ่งงาน 25-30% เหตุมีความพร้อมทุกด้าน

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (CK) เปิดเผยว่า บริษัทสามารถเข้าร่วมประกวดราคาทุกโครงการของภาครัฐบาลตามแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีส่วนแบ่งหรือมีโอกาสได้งานประมาณ 25-30% เนื่องจากบริษัทมีทั้งศักยภาพ และทรัพยากรที่เพียงพอที่จะเข้าแข่งขันได้ในทุกระดับ โดยในปีนี้บริษัทประมาณการณ์รายได้ขั้นต่ำ 2.5-2.8 หมื่นล้านบาท และกำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 8-10% โดยจะมาจากงานในมือ จำนวน 165,924 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2556 ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างมั่นคง ได้ในช่วง 6-7 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้คาดว่าจะมีงานใหม่เข้ามาประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีกำไรดีกว่าปีที่แล้ว ที่มีกำไรสุทธิ 568 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากปีก่อนบริษัทมีการลงทุนใหญ่ๆ ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนมาก แต่จากนี้ไปจะมีการลงทุนไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นโครงการไซยะบุรี โดยจะลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้าเฉลี่ยปีละ 700 ล้านบาท ส่วนในอนาคตบริษัทสนใจเข้าลงทุนด้านพลังงานในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการลงทุนในโครงการทวาย ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างศึกษาทีโออาร์เพื่อจัดทำข้อเสนอในโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งบริษัทผ่านคุณสมบัติ 2 แผนงาน (โมดูล)

นายปลิว ยังกล่าวอีกว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านการเงิน โดยได้ขายหุ้นของบริษัทน้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีรายได้จากการขยายกว่า 3 พันล้านบาท และมีกำไร 2.2 พันล้านบาท และในช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้ขายหุ้นบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ออกไปประมาณ 8% หลังจากทำรายการแล้วบริษัทจะมีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ที่ 16.04% จากเดิม 24.61% โดยบริษัทขายหุ้นบีเอ็มซีแอล ในราคา 1.15 บาท จำนวน 953 ล้านหุ้น ซึ่งบริษัทมีต้นทุนอยู่ที่ 0.10 บาท และมีกำไรจากการขายประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งจะบันทึกในไตรมาส 2/2556

ทั้งนี้ บริษัทได้นำเงินจากการขายหุ้นดังกล่าวมาลดหนี้ และเพื่อใช้ในการดำเนินงานเพิ่มศักยภาพในการรับงานใหม่ๆในอนาคต โดยอัตราส่วนหนี้สิ้นต่อทุนของบริษัท (D/E) สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 2.6 เท่า และในไตรมาส1 ปี 2556 คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3-1.4 เท่า และคาดว่าในไตรมาส 2 ปีนี้ จะลดลงอีก หลังจากนำกำไรจากการขายหุ้นบีเอ็มซีแอลไปลดภาระหนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้บริษัทจะไม่เพิ่มทุน รวมทั้งไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของบริษัทย่อยหรือบริษัทลูก แต่จะมีการออกหุ้นกู้ปีละประมาณ 3-4 พันล้านบาท เพื่อบริหารต้นทุนการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% เมื่อออกหุ้นกู้คาดว่าต้นทุนจะลดลง และกลางปีนี้บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ 3-4 พันล้านบาท ซึ่งจะนำไปทดแทนเงินกู้ชุดเดิม ซึ่งจะหมดอายุในเดือนก.ค.2556 จำนวน 1 พันล้านบาท และเดือนต.ค.2556 จำนวน 2 พันล้านบาท ที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะเดียวกันคาดว่าอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจะปรับดีขึ้น หลังจากนี้อัตราส่วนหนี้สิ้นลดลง โดยปัจจุบันอยู่ที่ BBB+ จากเดิม BBB