คลังเสนอของบปี '57 จำนวน 5 พันล้าน จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ ให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดำเนินการ
นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์มีแผนจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการท่องเที่ยว วิถีชีวิต วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกองทุนดังกล่าวจะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ คาดทุนเบื้องต้นในการจัดตั้งนั้นได้เสนอของบประมาณในปี 2557 ไปจำนวน 5,000 ล้านบาท
ปัจจุบันทรัพย์สินที่เป็น "ที่ดิน" ของประเทศมีเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่หรือเกิดความคุ้มค่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงมีนโยบายให้กรมธนารักษ์เข้าไปบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งการจัดตั้งกองทุนนี้จะช่วยให้การพัฒนาสินทรัพย์ดังกล่าวมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
สำหรับแผนการดำเนินการนั้น ทางกรมธนารักษ์จะจัดให้มีการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ราชพัสดุที่มีอยู่หรือที่ดินเกี่ยวเนื่องแต่มีข้อจำกัดในการพัฒนา จัดหาที่ดินแห่งใหม่ที่มีความเหมาะสมเพื่อพัฒนาให้ตรงตามความต้องการใช้พื้นที่ พิจารณาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของการลงทุนแบบครบวงจร หรือเปิดประมูลหาผู้ลงทุนพัฒนาหรืออนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุแปลงนั้น และกำหนดเงื่อนไขการประมูลหรือเงื่อนไขการอนุญาต ให้ผู้ประมูลได้หรือผู้ใช้ประโยชน์ชำระค่าจัดซื้อที่ดิน และหรือค่าปรับสภาพที่ราชพัสดุ พร้อมดอกเบี้ยอัตรา15% ต่อปี นับแต่วันที่ใช้เงินกองทุนจนถึงวันที่เปิดประมูลคืนให้แก่กองทุน
"ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ ที่ราชพัสดุจะมีศักยภาพเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีที่ดินราคาถูกไว้ใช้บริหารประเทศอย่างทันต่อสถานการณ์ ลดข้อจำกัดในการพัฒนาที่ราชพัสดุ รัฐได้รับค่าเช่า ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และทำให้ที่ราชพัสดุให้มีมูลค่าเพิ่ม" นายนริศกล่าวและว่า
ยกตัวอย่าง การซื้อที่ดินในต่างประเทศ เพื่อนำมาเป็นสถานที่ราชการ เช่น สถานทูต จะช่วยลดภาระด้านงบประมาณที่จ่ายเพื่อเช่าในอัตราที่สูงลง เพื่อคุ้มค่าต่อเงินที่ลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ราคาอสังหาริมทรัพย์ในแถบประเทศยุโรปกำลังมีราคาต่ำลง เป็นจังหวะในการเข้าซื้อ
นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ถือเป็นจังหวะที่ดี ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ ทั้งนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ หรือ ธพส.ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมธนารักษ์จะเป็นหน่วยงานหลักในการเข้ามาช่วยพัฒนาสินทรัพย์ต่างๆ






