วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศก.ไทยแกร่ง-ผลจากคิวอี เงินไหลเข้าทะลัก

แบงก์ชาติแจงเหตุค่าเงินบาทแข็ง 2 ตัวแปรหลัก พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแกร่ง-ผลจากมาตรการคิวอี ไร้สัญญาณแทรกแซง

วานนี้ (24 เม.ย.) นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงรายงานภาวะตลาดเงินในไตรมาส 1/2556 จนถึงปัจจุบันและแนวโน้มระยะถัดไป ซึ่งเป็นท่าทีที่ชัดเจนอีกครั้งของ ธปท. หลังเผชิญกับกระแสวิจารณ์การดูแลค่าเงินบาท โดยย้ำว่าค่าเงินแข็งค่าเป็นผลจากพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้)

พัฒนาการที่สำคัญในตลาดการเงินระหว่างประเทศ

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว นำโดยเศรษฐกิจเอเชียที่ยังเติบโตได้ดีเทียบกับเศรษฐกิจหลัก โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าประเทศเศรษฐกิจหลัก ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนกว่าประเทศในยุโรปและญี่ปุ่น โดยมีตัวเลขเศรษฐกิจฟื้นดีขึ้นในเดือน มี.ค.

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กังวลทิศทางเศรษฐกิจยุโรป โดยชี้ว่าเศรษฐกิจมีความเสี่ยง เติบโตชะลอลง เงินเฟ้อต่ำต่อเนื่อง การฟื้นตัวในครึ่งปีหลังของปี 2013 ยังมีความเสี่ยงอยู่ อีกทั้งอีซีบีพร้อมผ่อนคลายนโยบายต่อไปตามสมควร ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปยังอ่อนแอต่อเนื่อง

สำหรับวิกฤติในไซปรัส เกิดวิกฤตด้านสถาบันการเงินจนต้องขอรับความช่วยเหลือจากอีซีบี และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มูลค่า 10 พันล้านยูโร และมีการเก็บภาษีจากบัญชีเงินฝากเพื่อชาระหนี้ และตลาดกังวลกรณีไซปรัสเป็นตัวอย่างในอนาคตและกังวลว่าไซปรัสอาจต้องขายทองคำ เนื่องจากความช่วยเหลือไม่เพียงพอ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดไซปรัสอาจต้องการเงินช่วยเหลือรวมสูงถึง 21 พันล้านยูโร

ส่วนปัญหาการเมืองในอิตาลี นาย Bersani ได้รับเสียงข้างมากในสภาล่างแต่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาสูง สถานการณ์ hung parliament มีความเสี่ยงที่การดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจและการคลังอาจหยุดชะงัก และมูดี้ส์s ระบุจะพิจารณาปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีหากเศรษฐกิจอิตาลีมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าคาด ขณะฟิตช์ลดความน่าเชื่อถือของอิตาลีลง 1 notch มาอยู่ที่ BBB+ และมี Outlook เป็น Negative จากความไม่แน่นอนจากปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบันซึ่งคาดว่าอาจยืดเยื้อ

ด้านญี่ปุ่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน พร้อมดำเนินทุกทางเพื่อเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ภายใน 2 ปี จากระดับ-0.3% ในเดือน ก.พ. 2556 และส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่าลง 7% นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาค คือ ความเสี่ยงการเมืองเกาหลีเหนือ และ ความเสี่ยงจากการเลือกตั้งมาเลเซีย

ตลาดยังคาดการณ์การขยายช่วงการเคลื่อนไหวของเงินหยวน

เงินภูมิภาคมีแนวโน้มแข็งค่า

เศรษฐกิจเอเชียขยายตัวดีกว่า ยุโรปและสหรัฐฯ ส่งผลให้เงินภูมิภาคโดยรวมยังแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก โดยตั้งแต่ต้นปี 2556 เงินบาทแข็งขึ้นมาก จากปัจจัยพื้นฐานที่ดีของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลเข้ามาไทยเร่งขึ้น ในขณะที่เงินภูมิภาคบางสกุลอ่อนค่าลงจากการปรับตัว(correction) หลังจากที่แข็งมากใน ปี2012

แต่บางประเทศในภูมิภาคมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี การเลือกตั้งมาเลเซีย และเหตุการณ์ ในรัฐซาบาห์ อีกทั้งปัญหาขาดดุลของอินเดียและอินโดนีเซีย

ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2556

-เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า แต่มีปรับตัว (correction) เป็นช่วงๆ

-ช่วงต้นปี เงินบาทแข็งค่าเร็วจากแรงขายเงินตราต่างประเทศของนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย

- ในเดือน ก.พ. -กลางเดือน มี.ค. เคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ ซึ่งปริมาณธุรกรรมในตลาดค่อนข้างสมดุล ทั้งนี้แม้จีดีพีของไทยประกาศมากกว่าคาด โดยจีดีพีในไตรมาส 4 ประกาศที่ 18.9% จากคาดการณ์ 15.3% แต่ความเชื่อมั่นในตลาดโลกที่อ่อนแอจากปัญหาการเมือง ในอิตาลี ได้ลดกระแสเงินทุนลงไปบ้าง

- ครึ่งหลังของเดือนมี.ค.-เม.ย. กลับแข็งค่าต่อเนื่องหลังฟิตช์เพิ่มอัตราเครดิตให้ไทยและจากการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมจากญี่ปุ่น ส่งผล ให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าลงทุนในไทยต่อเนื่อง

ปัจจัยมีผลต่อค่าเงินบาท

ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า : 1. เงินลงทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรและหุ้น 2. การดำเนินนโยบายของญี่ปุ่นเพิ่มสภาพคล่องในตลาดโลก 3. ผู้ส่งออกป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกอย่างชัดเจน 4. ความเสี่ยงจากกลุ่มประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลเข้ามาไทยแทนที่จะกระจายไป เช่น ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และการเลือกตั้งมาเลเซีย และ5. ปัจจัยทางเทคนิค

ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทมีการปรับตัว : 1. ความเห็นของทางการที่ต้องการเห็นเงินบาทอ่อนค่าลง 2. มีข่าวลือในตลาดว่า ธปท. อาจมีมาตรการเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาท 3. มาตรการลดความร้อนแรงในตลาดหุ้นไทย ส่งผลลบต่อจิตวิทยาตลาด ในบางช่วง 4. มีความกังวลในประเด็นทางการเมืองในการอภิปรายการออก พรบ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในรัฐสภา และ 5. ความเชื่อมั่นในตลาดโลกที่เป็นปิดความเสี่ยง(Risk-off)จากสถานการณ์ไซปรัสและอิตาลี

ปัจจัยที่มีผลในระยะต่อไป

ด้านแข็งค่า : ปัจจัยพื้นฐานที่ดีของเศรษฐกิจไทย ประเทศหลักยังคงมาตรการคิวอีต่อไป ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง อีกทั้ง การอ่อนค่าของเงินเยน เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกของไทย และผลของมาตรการคิวอีเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของบีโอเจทำให้คาดว่าจะมีเงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น และตลาดพันธบัตรไทยถือว่ามีความน่าสนใจมากโดยเปรียบเทียบกับภูมิภาค

ด้านอ่อนค่า : ความไม่แน่นอนในยุโรป เช่น การเมืองอิตาลีและไซปรัส การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ กระทบต่อการส่งออก อีกทั้ง การชะลอคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนกลับ นอกจากนี้ มูลค่าของสินทรัพย์ไทย เช่น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 1994