"เศรษฐพุฒิ"จี้รัฐบาลลดภาระหนี้ หวั่นซ้ำรอยกรีซ แนะเลิกนโยบายระชานิยมที่ไม่จำกัดวงเงิน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า สถาบันอนาคตไทยศึกษาจัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “เราจะเป็นกรีซในอนาคตหรือไม่ : 7 คำถามควรรู้เกี่ยวกับหนี้สาธารณะ” โดยมีข้อสรุปว่าเพื่อไม่ให้กลายเป็นกรีซในอนาคตควรทำอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ 1.รัฐบาลควรเลิกนโยบายประชานิยมในแบบที่ไม่จำกัดวงเงินงบประมาณ เพราะมีความเสี่ยงต่อภาระหนี้สูง เช่น โครงการจำนำข้าว ไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดโครงการเมื่อใดและจะก่อให้เกิดความเสียหายเป็นภาระของรัฐบาลมากน้อยเพียงใด
2.หากจะลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รัฐควรจะลดขนาดการกู้ยืมลง เพราะถ้าภาระหนี้สูงเกินไป หากเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงรัฐบาลจะมีความสามารถในการรับมือได้น้อยลง 3.โครงการภาครัฐต่าง ๆ ที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ควรมีระบบตรวจสอบและประเมินผล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลแบบโปร่งใส 4.ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระคืนเงินต้นให้มากขึ้นและหาทางเพิ่มรายได้ในอนาคต เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีแต่การก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้น แต่แทบไม่มีการชำระคืนเงินต้น 5.ต้องสร้างกลไกความรับผิดรับชอบที่ชัดเจน ตั้งแต่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ การอนุมัติโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการดำเนินโครงการ
หนี้สาธารณะประมาณ 5 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2555 แต่ยังไม่ได้รวมหนี้ที่มีอีกหลายรายการที่อาจสร้างภาระต่องบประมาณ เช่น หนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รัฐบาลไม่ได้ค้ำประกัน
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะสูงเกิน 60% อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับสะท้อนว่ามีเงินใช้หนี้เพียงพอหรือไม่มากกว่า
ย้อนกลับมาดูที่ภาระหนี้ของไทยในปัจจุบัน ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง เพราะงบประมาณชำระคืนหนี้ ซึ่งรวมดอกเบี้ยและเงินต้นของประเทศไทยในปีงบประมาณ 2556 อยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.4% ของรายได้สุทธิของรัฐบาล แต่โครงการประชานิยมล้วนมีโอกาสสร้างภาระหนี้ต่องบประมาณในอนาคตได้








