วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วรรณชี้เงินไหลเข้า กดดันแบงก์ชาติลดดบ.

วรรณชี้เงินไหลเข้า กดดันแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยนโยบาย แนะลงตราสารหนี้ระยะยาว

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทุกช่วงอายุน่าจะยังปรับลดลงจากเงินลงทุนไหลเข้าหลังจากนักลงทุนต่างประเทศมองทิศทางค่าเงินบาทแข็งต่อ แนะให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เชื่อว่าความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ยังมีอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาส 2 ทั้งจากเม็ดเงินลงทุนในประเทศและต่างประเทศ โดยมีค่าเงินบาทเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญของทิศทางตลาดตราสารหนี้ แม้ว่านักลงทุนเริ่มมีความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะมีมาตรการใดมาควบคุมการปรับตัวของอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยน THB/USD อยู่ที่ระดับ 28.5 บาทต่อดอลล่าร์ ทั้งนี้ การปรับตัวของค่าเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกจะเป็นปัจจัยกดดันให้คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

สำหรับคำแนะนำในการลงทุน นายวิน ให้ความเห็นว่า เนื่องจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจจะปรับตัวลดลง การลงทุนในตราสารหนี้ที่มี duration ยาวจะเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนมากกว่าลงทุนในตลาดเงิน (Money Market) โดยจะเห็นว่าผลดำเนินงานนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) และไตรมาส 2 ของกองทุนที่ปรับ duration ยาว เช่น กองทุนเปิดเอกตราสารหนี้คืนกำไร (ONE-FAR) อยู่ในระดับประมาณ 3.98% และ 4.86% ตามลำดับ

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ระดับต่ำที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนในอัตราค่อนข้างแน่นอนในช่วงเวลาที่กำหนด แนะนำให้ลงทุนในกองทุนเปิด วรรณ ไฟแนนเชียล อินสตรูเมนท์ 6M/2 (1FIN6M/2) ซึ่งจะเปิดรับคำสั่งซื้อในวันที่ 25 เม.ย. - 3 พ.ค.56 โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่มีคุณภาพ อายุประมาณ 6 เดือน โดยประมาณการผลตอบแทนที่คาดว่าได้รับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่าย 3.00% ต่อปี จากการลงทุนใน ตั๋วแลกเงินของ บมจ. เอเชียเสริมกิจลิสซิ่ง 24% บล.เคที ซิมิโก้ 24% บมจ.บัตรกรุงไทย 18%เงินฝากของ Bank of China 24%และบมจ.ธนาคารทิสโก้ 10%