วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สอท.ชงรีดภาษีเงินร้อน-ลดดบ.สกัดบาทแข็ง

สอท.ร่อนหนังสือถึงคลัง-แบงก์ชาติ ร้องออกมาตรการสกัดบาทแข็ง แนะเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้าเก็งกำไรระยะสั้น-ลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 2%

นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าว่า นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทแข็งค่าประมาณ 7-8% ส่งผลกระทบผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศสูง และอุตสาหกรรมการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่แล้วของรัฐบาล ไม่สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบให้ภาคเอกชนได้เพียงพอ

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรม จึงขอให้รัฐบาลช่วยดำเนินการ โดยขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกระทรวงการคลังดูแลเสถียรภาพค่า เพราะขณะนี้เงินบาทแข็งค่าอยู่ในระดับ 28.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากต้นปีที่อยู่ในระดับประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทที่แข็งค่านี้ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และจีน ที่เงินอ่อนค่าลง

โดยในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ ธปท. เพื่อขอให้ออกมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยพิจารณาจัดเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้าที่มาเก็งกำไรระยะสั้น แต่จะต้องไม่กระทบต่อตลาดเงิน และการระดมทุนของภาคเอกชน และขอให้ ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.75% ในปัจจุบัน ให้เหลือ 2% เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารเงินทุนไหลเข้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคการส่งออก รวมทั้งขอให้มีกลไกให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงการทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ ส.อ.ท.จะขอนัดหมายเข้าพบผู้ว่าการ ธปท. โดยเร็ว และในการประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. จังหวัดในวันที่ 28 เมษายนนี้ จะเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล