วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติขู่พร้อมงัดมาตรการสกัดบาทแข็ง

แบงก์ชาติขู่พร้อมออกมาตรการสกัดเงินบาทแข็งค่า ยอมรับแข็งเว่อร์ แนะส่งออกทำเฮดจิ้ง นำเข้าฉวยจังหวะซื้อเครื่องจักรปรับปรุงการผลิต

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ค่าเงินบาทในขณะนี้เริ่มจะแข็งค่าเร็วเกินไป และอาจเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น ทำให้ธปท.ยิ่งต้องติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งธปท.ยืนยันว่า ได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้รองรับแล้ว เพียงแต่การดำเนินการ จำเป็นต้องให้โอกาสตลาดในการปรับตัวก่อน

"เรื่องมาตรการเรามีรองรับอยู่แล้ว แต่ต้องรอติดตามสถานการณ์ก่อน อย่างที่ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติ (ประสาร ไตรรัตน์วรกุล) ได้เรียนไปว่า เงินบาทขณะนี้อาจจะเริ่มเข้าสู่ในแดนที่แข็งเกินไปและเร็วเกินไป แต่เราต้องดูต่อไปว่า ตลาดจะปรับตัวยังไง และมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการใดๆ หรือไม่ เพราะมาตรการต่างๆ มันมีทั้งผลดี-ผลเสีย และยังมีผลกระทบในระยะยาว"นายไพบูลย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่านั้น เป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งเศรษฐกิจไทยค่อนข้างชัดเจนว่ามีความแข็งแกร่ง นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นจึงเข้ามาลงทุน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นตามปัจจัยพื้นฐาน แต่การแข็งค่าในระดับที่อาจจะเริ่มเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานไปบ้างนั้น ถือเป็นเรื่องที่นักลงทุนและผู้ร่วมตลาด ต้องใช้ความระมัดระวังที่เพิ่มเติม

"อัตราแลกเปลี่ยนที่ยั่งยืนนั้น จะต้องมีเสถียรภาพ ไม่ควรเป็นอัตราที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะถ้าเกิดความไม่สอดคล้องขึ้นมา ก็มีความเสี่ยงที่ค่าเงินจะเคลื่อนไหวผันผวนได้ในอนาคต"นายไพบูลย์กล่าว

ในส่วนของผู้ประกอบการภาคส่งออกเอง ขณะนี้เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น สะท้อนได้จากยอดการทำประกันความเสี่ยง (เฮดจ์จิ้ง) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 60% เศษ ของยอดการส่งออก

นอกจากนี้ การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นยังช่วยให้หลายธุรกิจมีการใช้ประโยชน์จากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงศักยภาพการผลิต ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ตลอดจนการออกไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนและใช้ประโยชน์จากแรงงานที่มีราคาถูกกว่า