วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงมาตรการอุ้มเอสเอ็มอีอ่วมค่าแรง300

อุตฯเสนอ ครม.พิจารณามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ จัดงบ 200 ล้านบาท อุดหนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ทั่วประเทศ ในวันที่ 23 เม.ย.2556 โดยจะเน้นการเสริมสภาพคล่อง การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและประสิทธิภาพการผลิตให้เอสเอ็มอี เช่น การอุดหนุนดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อ โครงการคลีนิกอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานรายปี ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อว่ามาตรการต่างๆ จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนทแรงงานที่สูงขึ้นได้

นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมต้องหามาตรการช่วยเหลือผลกระทบที่ใมห้กับเอสเอ็มอี เนื่องจากเอสเอ็มอีปรับตัวรับมือกับผลกระทบการปรับค่าจ้างได้น้อยกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนงานและงบประมาณโครงการต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

นายณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะจัดวงเงินเป็นเงินอุดหนุนดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน 200 ล้านบาท และคาดว่าจะอุดหนุนดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อได้ประมาณ 6,300 ล้านบาท สำหรับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะใช้กองทุนร่วมลงทุนที่มีวงเงินเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท ร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีที่มีประสิทธิภาพ ส่วนโครงการคลีนิกอุตสาหกรรมจะเข้าไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตใช้งบ 200 ล้านบาท ประสิทธิภาพการผลิต วงเงิน 200 ล้านบาท และจะมีการต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานรายปีให้กับเอสเอ็มอีเพื่อลดภาระการประกอบธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะมีเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์ 90,000 ราย ซึ่งเดิมมาตรการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.2556 แต่จะขยายออกไปอีก 3 ปี จนถึงปี 2559 คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนดำเนินการให้เอสเอ็มอีได้ปีละ 300 ล้านบาท

สำหรับสำนักงานคณะกรรมการตส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนและลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่า โดยจะยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปีในสัดส่วน 100% ของเงินลงทุนให้เอสเอ็มอี รวมทั้งจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีที่ต้องการขยายการลงทุนวงเงินตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ได้รับการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนาน 8 ปีไม่จำกัดวงเงิน