วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กิตติรัตน์'หนุนก.ล.ต.เพิ่มโทษปั่นหุ้น

"กิตติรัตน์"หนุนก.ล.ต.แก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษทางแพ่ง"นักปั่นหุ้น"นอกเหนือจากโทษทางอาญา หวังเพิ่มประสิทธิภาพ ก.ม.ป้องกันการปั่นหุ้น

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนสนับสนุนแนวคิดที่จะให้มีการเพิ่มโทษทางแพ่งในกรณีที่มีการปั่นหุ้นนอกเหนือจากโทษทางอาญา ซึ่งในหลักการแล้ว ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ประเทศเราก็ต้องผ่านบทพิสูจน์อีกหลายเรื่อง เช่น ความเชื่อถือในกระบวนการที่โปร่งใส ไม่กลั่นแกล้งใคร ทั้งในชั้นหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

"การที่เรามีแต่โทษสถานเดียว คือ ผิดเป็นอาญาใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 2535 เท่านั้น มันก็มีข้อเสีย คือ รุนแรงไป และทำให้กระบวนการล่าช้า เพราะกระบวนการอาญามันมีกระบวนการที่ต้องพิสูจน์ ให้สิ้นสงสัย การเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกเสนอมาที่ผม" เขากล่าว

เขายกตัวอย่าง กรณีความผิดทางแพ่ง เช่น กรณีมีบุคลากรชั้นผู้น้อย แอบได้ยินข้อมูลภายใน แล้วนำไปไปใช้เพื่อซื้อหุ้น ด้วยเงินของตนเองในจำนวนที่ไม่มาก ซึ่งตามกฎหมายแล้วถือว่า เป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย แต่ปัญหาคือ ควรรับโทษในระดับใด กรณีเช่นนี้ หากมีการขยายอำนาจตามกฎหมายให้มีความผิดทางแพ่งได้ด้วย ก็สามารถรองรับกรณีเล็กๆ นี้ได้

กรณีความผิดทางแพ่ง ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพิ่มเข้าไปในกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นั้น จะต้องมีการกำหนดโทษค่าปรับ โดยไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่ได้รับ แต่หากยังกระทำผิดซ้ำอีก ก็สามารถขยับขึ้นไปเป็นโทษทางอาญาได้ด้วย

"ผมคิดว่า โทษทางอาญา มันน่าจะแรงเพียงพอ แต่ถ้ามีทางเลือกที่สามารถพิจารณาโทษบางกรณีโทษทางแพ่งได้ไหม ผมก็เห็นด้วยในหลักการ โดยหลักการค่าปรับ คือ สองเท่าของประโยชน์ที่ได้รับ ก็ถือว่า ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ แถมเสียคนด้วย" นายกิตติรัตน์กล่าว

การเพิ่มโทษทางแพ่ง ในกรณีการปั่นหุ้นดังกล่าว เป็นเรื่องหนึ่งในการปรับปรุงกฎหมาย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 1992 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่ใช้มานานและสมควรที่จะปรับปรุง

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้ให้ความเห็นว่า การเพิ่มโทษทางแพ่ง จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กฎหมายป้องกันการปั่นหุ้น ซึ่งจะให้การดำเนินคดีการปั่นหุ้นทำได้รวดเร็วขึ้น

รายงานข่าวกล่าวว่า ในกรณีการดำเนินคดีทางอาญา ต่อคนที่ปั่นหุ้น ที่ก.ล.ต.จะต้องรวบรวมข้อมูลและส่งให้ดีเอสไอทำการสอบสวนต่อไปนั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานมาก จนบางครั้งข้อมูลที่จำเป็นที่เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีนั้นสูญหาย

การเพิ่มความผิดทางแพ่ง ไม่ได้หมายความว่า จะยกเลิกความผิดทางอาญา แต่ความผิดทางอาญายังคงอยู่ เช่น กรณี การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การฉ้อโกง เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสาธารณชน ในวงกว้าง