วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีจีชงครม.ไฟเขียวแผนลงทุน1.8พันล.

การบินไทยชงครม.ไฟเขียวแผนลงทุน 1,800 ล้านบาท ตั้งบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ เน้นให้บริการเมืองหลักและเมืองรองในอาเซียน-อินเดีย-จีน

นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการลงทุนจัดตั้งสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์เป็นบริษัทย่อย โดยการบินไทยถือหุ้น 100% จากปัจจุบันที่เป็นหน่วยธุรกิจ ว่า ได้เสนอรายละเอียดไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัดได้ภายในเดือนพ.ค.นี้ โดยข้อดีของการตั้งเป็นบริษัทย่อยคือ ต้นทุนการดำเนินงานจะชัดเจนขึ้น และต้นทุนบริการจะลดลง เพราะใช้เครื่องบินขนาดเล็ก ไม่ได้ให้บริการเต็มรูปแบบเหมือนการบินไทย และเน้นให้บริการเมืองหลักและเมืองรองในอาเซียน อินเดียและจีน ช่วยให้การเชื่อมโยงเครือข่ายของการบินไทยดีขึ้น

แหล่งข่าวจากการบินไทย กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์จะใช้เงินลงทุน 1,800 ล้านบาท โดยในปี 2557 ไทยสมายล์จะทำการบินไปยังเชียงราย ขอนแก่น สมุย โคลัมโบ พุทธคยา พาราณสี เพื่อทดแทนเที่ยวบินของการบินไทย และจะเปิดเส้นทางบินใหม่จากกรุงเทพฯไปยังหลวงพระบางและเสียมราฐ รวมทั้งเชียงใหม่-ฮ่องกง ส่วนปี 2558 จะเปิดเส้นทางบินใหม่กรุงเทพฯ-เมดาน พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางสมุย เชียงราย พนมเปญ ฮานอย มาเก๊า เซินเจิ้น และหางโจว

สำหรับราคาตั๋วโดยสารไทยสมายล์จะต่ำกว่าการบินไทยโดยเฉลี่ย 15-20% และช่องทางการจำหน่าย 50% เป็นการจำหน่ายผ่านระบบ Online อีก 25% เป็นการจำหน่ายผ่านสำนักงานขาย และอีก 25% เป็นการจำหน่ายผ่านระบบตัวแทนจำหน่าย และตั้งเป้าว่าในปี 2557 การจำหน่ายตั๋วผ่านระบบ Online จะเพิ่มเป็น 60% ปี 2558 เพิ่มเป็น 70%

ส่วนผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2560 คาดว่าไทยสมายล์จะมีรายได้รวม 88,678 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7,056 ล้านบาท โดยปี 2556 มีรายได้ 6,384 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท และรายได้จะเพิ่มเป็น 23,374 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 1,946 ล้านบาทในปี 2560

นายสรจักร ยังกล่าวถึงการแข็งค่าของเงินบาท ว่า การบินไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการที่ค่าเงินบาทผันผวนต่ำกว่า 29 บาทต่อดอลลาร์ เพราะไม่ได้พึ่งรายได้จากเงินต่างประเทศทั้งหมด โดยมีรายได้เป็นเงินบาท 30-40% ส่วนที่เหลือเป็นเงินต่างประเทศ ขณะที่รายจ่ายมีทั้งเงินบาทและเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะรายจ่ายค่าน้ำมันซึ่งเป็นรายจ่ายหลักประมาณ 40% ของค่าใช้จ่ายโดยรวมต้องจ่ายเป็นดอลลาร์

"โชคดีที่รายได้และรายจ่ายสกุลเงินต่างประเทศของการบินไทยเฉลี่ยกันไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่มากนัก แต่การบินไทยคงระมัดระวังเพิ่มขึ้น เช่น ทำประกันความเสี่ยง สวอปเงิน และต้องเร่งการขายตั๋วจากกรุงเทพฯมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้เงินบาท ความผันผวนที่เกิดขึ้นทำให้การบริหารงานลำบาก หากค่าเงินบาทนิ่งไม่ว่าจะเป็นเท่าใด การบริหารจะทำได้ดีกว่า"