ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ประเมินตลาดไตรมาส 2 จับตาภาระหนี้สิน"รถยนต์คันแรก" ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ กระทบกำลังซื้อ
นายณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธานและกรรมการ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่ากำลังซื้อไตรมาส 2 ยัง "ทรงตัว" เมื่อเทียบไตรมาสแรกที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยลบยังคงเป็นผลพวงมาจากนโยบายรถคันแรก เพราะประชาชนชะลอการจับจ่าย เพื่อนำเงินไปผ่อนรถคันแรก ส่วนผู้บริโภคที่ไม่มีภาระจากการผ่อนชำระ จะนำเงินไปซื้อสินค้าในกลุ่มไอที โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ขณะที่พืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลง อาจส่งผลให้กำลังซื้อในกลุ่มนี้ชะลอตัวลง
"ส่วนการทำตลาดของบริษัทในช่วงไตรมาส2 จะเน้นสินค้าในกลุ่มตู้เย็น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และแอลอีดีทีวี ฟูลเอชดี รุ่นใหม่ๆ เพื่อรองรับกับการรับส่งสัญญาณภาพระบบฟูลเอชดีในอนาคตของทีวีดิจิทัล รวมทั้งแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้านนายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอการจับจ่าย คาดว่ามาจากปัจจัยหนี้สินครัวเรือนเพิ่มจากภาระการผ่อนจ่ายการซื้อรถยนต์จากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก
แต่เชื่อว่าไตรมาส2 จะสถานการณ์จะเริ่มฟื้นตัว เนื่องจากพบว่ามีกลุ่มผู้บริโภคคืนใบจองหรือยกเลิกใบจองรถยนต์บ้างแล้ว ซึ่งจะทำให้กลุ่มดังกล่าวกลับมาจับจ่ายเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องกันเงินไว้สำหรับการผ่อนค่างวดรถยนต์ ขณะที่กลุ่มคนระดับกลางและบน ที่มีการลงทุนในตลาดหุ้น ได้รับค่าตอบแทนสูงจากการลงทุนในปีนี้ และมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น โดยผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
โดยสภาพอากาศร้อนจัดในปีนี้ ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็นเพิ่มขึ้น ประกอบกับนโยบายประหยัดพลังงานของภาครัฐ ผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าในกลุ่มประหยัดพลังงานมากขึ้น เช่นการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศจากรุ่นเก่าเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ และรุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5 ขณะที่สินค้าในกลุ่มทีวีและเครื่องซักผ้ายังคงมียอดขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับภาพรวม"แอลจี" ไตรมาสแรกยอดขายเติบโต 15% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเตรียมเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ๆ ทำตลาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องไฟฟ้าในครัวเรือน ได้แก่ เครื่องซักผ้า 20 รุ่น รวมถึงเปลี่ยนไลน์อัพตู้เย็นจาก 1 ประตู เป็น 2 ประตู และไซด์บายไซด์มากขึ้น
รวมทั้งการทำตลาดสินค้าในกลุ่มภาพและเสียง หรือจอโทรทัศน์ 30 รุ่น โดยเน้นจอภาพระบบแอลอีดี ฟูลเอชดี เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดในอนาคต โดยยังมั่นใจว่ายอดขายปีนี้จะมีการเติบโต 15% หรือ 3.3 หมื่นล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้
"ผ่านมายอดขายทีวีแอลจีลดลงเล็กน้อย จากผู้บริโภคเกิดความสับสนในการซื้อทีวีเครื่องใหม่ เพื่อรองรับการรับชม ทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. จะมีการจัดสรรใหม่อีก 48 ช่อง ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทีวีรุ่นไหนๆ ก็สามารถรับสัญญาณดิจิทัลได้เหมือนกัน ด้วยการติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลเพิ่มเติม" นายอลงกรณ์กล่าว
ขณะที่ นายสยาม อุฬารวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าทิศทางกำลังซื้อผู้บริโภคไตรมาส 2 "ดีขึ้น" เมื่อเทียกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากประชาชนระดับรากหญ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท ขณะที่สินค้าขายดียังคงเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศเป็นผลมาจากสภาพอากาศร้อนจัดในปีนี้ เช่นเดียวกับตู้เย็นยังเป็นสินค้าที่ขายดีทำให้ผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ส่งผลให้ตู้เย็นซิงเกอร์เริ่มขาดตลาดในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโต 15% มีสัดส่วนมาจากกลุ่มธุรกิจพาณิชย์ 40% และอีก 60% มาจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จากเดิมที่มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 80-90%









