"กอบศักดิ์"เตือนในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า กระแสเยนแครี่เทรด กดดันราคาสินทรัพย์ทั่วโลกผันผวน หลังบีโอเจเตรียมปั๊มเงินเข้าระบบเพิ่ม 2 เท่าตัว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจทีวี” ในช่วงเช้าของวันนี้ (19 เม.ย.) ว่า ในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจากการทำกำไรจากเยนแครี่เทรด ภายหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ตั้งใจที่จะพิมพ์เงินเข้าระบบเพิ่มขึ้น 2 เท่าของฐานเงินที่เคยมีอยู่จะเป็นแรงกดดันให้ราคาสินทรัพย์ทั่วโลกมีความผันผวน
"คิดว่ากรณีที่ญี่ปุ่นมีการพิมพ์เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ มีคนคิดว่าจะทำให้เกิดปัญหา เยนแครี่เทรด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนเกิดวิกฤติปี 2008 ซึ่งผมเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า"
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับต่ำ จะทำให้มีการทำเยนแครี่เทรด เกิดขึ้น ยกตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า มีการกู้เงินสกุลเงินเยนไปลงทุนใน เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือลงทุนในเงินของนิวซีแลนด์ ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น 30% ในช่วงนั้น สามารถทำกำไรได้สองต่อ ทั้งค่าเงิน และอัตราดอกเบี้ยที่สูง
ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ขณะนี้อยู่ที่ 2.75% นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ อาจดึงดูดให้นักลงทุนหันมาทำแครี่เทรด ลงทุนในตลาดพันธบัตร เพราะสามารถทำกำไรได้ 2 ต่อ ทั้งในส่วนของค่าเงินที่แข็งค่าประมาณ 5-6% และดอกเบี้ย
ทั้งนี้ เห็นได้จากตลาดตราสารหนี้ ที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น จากสิ้นปี 2555 นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้สะสมประมาณ 7 แสนล้านบาท และในปีนี้ ในช่วง 3-4 เดือนแรก มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 2 แสนล้านบาท









