"กอบศักดิ์"ระบุผู้ถือทองคำให้ทำใจความผันผวนยังไม่จบลง ความกังวลใจยังมีอยู่ ขณะที่ค่าเงินบาทปีนี้ยังแข็งค่ามากที่สุด
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจทีวี” เรื่อง “ผลกระทบบาทแข็ง-ทองป่วน”น่าสนใจ หลังวานนี้(17 เม.ย.) ราคาทองลงฮวบ แต่วันนี้ราคาทองขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ราคาทองคำเป็นความผันผวนที่เกินปกติแน่นอน 2 วันที่เกิดขึ้น ราคาทองคำลงมาเกือบ 17-18% ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา ก่อนหน้าอยู่ประมาณ 1,500 -1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อยู่ๆ วันหนึ่งลงมาประมาณ 1,320 ดอลลาร์ ลงมาประมาณเกือบประมาณ 18.5 % ถือ ว่ามากในเวลาสั้นๆ หลายคนที่เล่นทีเฟ็กซ์ ก็เสียหายหมดเงินลงไปล้านก็หมดล้าน แถมติดหนี้อีกประมาณแสนกว่าบาท ถือว่าแย่มากๆ เลย
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าทำไมราคาทองคำถึงปรับตัวลดลง จะเข้าใจได้ต้องย้อนกลับไปก่อน ว่าทำไมมันถึงขึ้นมาขนาดนี้ สาเหตุที่ขึ้นถึงขนาดนี้ เพราะว่าหลายคนมองว่า หนึ่ง ธนาคารกลางทุกแห่งพิมพ์เงินขนาดนี้ ก็น่าจะนำไปสู่เรื่องของเงินเฟ้อในที่สุด แล้วถ้าเกิดมีเงินเฟ้อในที่สุดสินทรัพย์ที่ดีที่สุดสำหรับเงินเฟ้อก็คือ ทองคำนี่ก็คือหนึ่งในนั้นที่หลายๆ คนคิดว่าทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่ดี 2. ช่วงที่ขึ้นไป 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกดีจีนฟื้น นอกจากราคาขึ้นแล้วดีมานด์กำลังดีมากด้วย
"หลังจากนั้นคนที่เก็งกำไรเก็ง สนุกสนานมากช่วงนั้นหลายๆ อย่างรวมกัน เป็นช่วงของการที่ราคาปรับขึ้น ณ วันนี้หลายคนซื้อ เพราะคาดว่าจะมีเงินเฟ้อ ณ วันนี้เขารอมา 2 ปีแล้ว เงินเฟ้อก็ไม่เกิดขึ้นสักที เขาก็เริ่มคิดว่าอย่างนี้จะมีเงินเฟ้อหรือเปล่า ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ นับวันจะดูแย่ลงเรื่อยๆ ยุโรปก็ไม่ค่อยดี อเมริกาก็ดีไม่มาก จีนก็ไม่ฟื้นกลับไปที่ 8 % ,9% เหมือนเดิม ด้านความต้องการซื้อทองก็น้อยลง ด้านเงินเฟ้อก็มีไม่มาก พอราคาทองเริ่มตกสักพัก เขาก็ถึงอาการที่บอกว่าฉันไม่เอาแล้วฉันไปดี กว่า ก็เริ่มแห่กันขาย พอตกหลายวันพอทะลุ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาคนก็เริ่มแห่ขายในวันเดียว ลงไปเกือบประมาณ 140-160 ดอลลาร์ในหนึ่งวัน ยากมากเลยเหมือนหุ้นไทยตก 60 จุดเลย"นายกอบศักดิ์ กล่าว
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การที่ราคาทองคำลงมาแบบนี้มีความผันผวนมาก ณ วันนี้หลายๆคนบอกว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ณ วันนี้ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัย สามารถค่อยๆ ขึ้น ตอนตกดิ่งเหวลงมา เมื่อช่วงเช้านี้ ลงมามากกลางวันค่อยๆ ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จาก 1,330 ดอลลาร์ เป็น 1,340 ดอลลาร์ ค่อยๆกลับขึ้นมาเป็น 1,390 ก็ถือปรับตัวดีพอสมควร ตอนเช้าตกลงมาคนซื้อก็กังวลใจมาก
"ตอนนี้ใครถือทองให้ทำใจว่าความผันผวนไม่จบลง ความกังวลใจยังมีอยู่สินทรัพย์ ตัวนี้ไม่ปลอดภัย" นายกอบศักดิ์ กล่าวย้ำ
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรณีไซปรัสมีทองคำประมาณแค่ 500 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นเงินที่น้อยมาก ไม่คิดว่าไซปรัสเป็นตัวที่ทำให้เกิดปัญหาครั้งนี้ อาจเป็นชนวนเป็นข่าวลือ แต่ว่าจริงๆ ที่เป็น ชนวนจริงๆ คือว่าคนเริ่มมอง และเกิดคำถามอีกรอบหนึ่งว่าตกลงแล้วทองคำจะขึ้นไปได้ อย่างที่คาดหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดมันไม่ขึ้น เงินเฟ้อไม่ปรับตัวขึ้น ตัวเศรษฐกิจก็ไม่ดี แล้วอะไรที่จะทำให้ราคาทองคำยืนอยู่ได้ในขณะนี้ นี่คือความน่ากังวลใจ กังวลใจเรื่องทองตกมากกว่าหุ้นตก หุ้นตกถ้ากลับไปดูพื้นฐานของบริษัทยังดีอยู่ เพราะเวลาขึ้นมันก็กลับไปที่เดิมได้ แต่ทองคำ ณ วันนี้ตกเกิดขึ้นจากการ เปลี่ยนมุมมองของทุกคนว่า ทฤษฏีเงินเฟ้ออาจจะไม่จริง ขณะเดียวกัน ความต้องการ ของโลกอาจจะไม่ดี เพราะจีนเองก็ไม่ได้ดีมากนัก ก่อนตกหลังตกมุมมองต่างกันมากพอสมควร
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า กรณีค่าเงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 28.70 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าเงินบาทปีนี้เป็นสกุลแข็งมากที่สุด เมื่อเทียบกับทุกสกุลในเอเชีย อย่างกรณีเงินบาท เทียบกับสิงคโปร์ดอลลาร์ เมื่อต้นปีอยู่ที่ 26 บาท ณ วันนี้อยู่ที่ 23 บาท เป็นเรื่องที่ น่ากังวลใจ เงินบาทแข็งได้ ควรจะแข็งพร้อมภูมิภาคไปเทียบเงินบาทกับริงกิต เงินบาทกับไต้หวันดอลลาร์ เงินบาทกับหลาย ประเทศ ซึ่งเงินบาทแข็งกว่า
"คำถามคือทำไมที่เมืองไทยหรือเงินบาทถึงแข็งมากกว่าคนอื่น มีอะไรที่เป็นปัจจัยที่ดีกับเรามากนัก หุ้น เขาก็ไม่ได้เข้ามาซื้อมากนัก หลายๆ อย่าง อาจจะกลับไปถึงจุดประเด็นที่ว่าตัวของคนดูแล อาจจะไม่ได้ดูแลเต็มที่อย่างที่คิดไว้ เลยทำให้นักเก็งกำไรเห็นโอกาสของการแข็งค่าขึ้น เหมือนกับพวกปลาฉลามเห็นเลือด ก็ยิ่งเข้ามาเก็งกำไร เงินบาทเลยทะลุไป 28. 70บาทต่อดอลลาร์ น่ากังวลใจ เทียบกับภูมิภาคยิ่งกังวลใจมากขึ้น"นายกอบศักดิ์ กล่าว
ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวด้วยว่า ทางยูบีเอสมีการประเมินว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นไป 27 บาท คงจำได้ว่าตอนที่ค่าเงินแข็งไป 29 บาท มาถามจะไป 28 บาทหรือเปล่า ซึ่งไม่แปลกใจถ้าเกิด เงินบาทจะทะลุไป 28 บาท ดังนั้นค่าเงินบาททที่ 27 บาท ต้องดูว่าเงินบาทมีแข็งอยู่ 2 ประเภท ประเภทหนึ่งเราแข็งอยู่คน เดียวอย่างเช่นช่วงที่ผ่านมา อันนี้ไม่ค่อยกังวลใจมากถ้าดูแลดีๆก็ไม่ไปไกล ถ้าเกิดแข็งทั้งภูมิภาคน่ากังวลใจ อย่างช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเอเชียกำลังแข็ง อย่างเงิน หยวนเมื่อวันนี้ก็แข็งเป็นพิเศษ ช่วงที่ทุกคนแข็งจะดูแลยากมาก ถ้าเอเชียกำลังแข็ง ลักษณะนี้จะทำให้เงินบาทมีโอกาสทะลุไปได้ไกลพอสมควร พูดถึง 27 บาท ก็จะไม่แปลกใจ ช่วงนี้ยิ่งยากกว่าช่วงก่อนที่คุยกันครั้งที่แล้ว ก็คือว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เงินเอเชีย แข็งพร้อมๆกัน อาจทำให้เงินบาทแข็งไปได้ไกลพอสมควรและดูแลยากมาก ก็ต้องทำใจ
"ผู้ส่งออกตอนนี้ต้องทำใจว่าค่าเงินผันผวนได้ และต้องเตรียมการที่จะรองรับค่าเงินที่แข็งค่ากว่าปกติ คำขอร้องจากเอกชนต่อรัฐบาลมีอยู่ชัดเจนว่า อย่าให้เราแข็งแต่ว่าไม่แข็งเร็วกว่าเพื่อนบ้านมากนัก ให้ดูคู่แข่งอย่าไปดูค่าเงินเกาหลี อยากให้ดูคนที่เราแข็งด้วยอย่างเช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อยากให้ดูเท่ากับที่คนอื่นเขาแข็งน่าจะทำได้ มาตรการอื่นดูแลธรรมดา เข้าไปแทรกแซงดำเนินการต่างๆ น่าจะเป็นไปได้"นายกอบศักดิ์ กล่าว






