ถอยตัวลงตามภูมิภาควันนี้มี 1,500 จุดเป็นจุดตัดสินใจ ถ้ายืนได้จะดีดกลับก่อนภูมิภาค
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นภูมิภาคจะถูกกดดันจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี, ปัญหาไข้หวัดนกในจีน และเม็ดเงินลงทุนที่เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาค แต่ตราบใดที่ SET ยังไม่ปิดต่ำกว่า 1,500 (+/-5) จุดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ เราประเมินว่า SET น่าจะผ่านจุดต่ำที่สุดไปแล้วที่ 1,460 จุด และมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นตามสถิติของ “Post Songkran Rally” ไปที่ 1,565-1,580 จุดได้ในช่วงที่เหลือของ เม.ย.2556 โดยที่การขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 จะเป็นจุดเด่นที่ทำให้ SET ยังคง Outperform ตลาดหุ้นภูมิภาคได้ในระยะต่อไป หลังจากที่ตั้งแต่ต้น เม.ย.2556 อัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของ SET ในปี 2556 ถูก Bloomberg ปรับประมาณการขึ้นถึง 2.5% MTD สู่ระดับ 25.4% YoY สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาค เทียบกับค่าเฉลี่ยของ MSCI Asia ex Japan ที่ถูกปรับประมาณการขึ้นเพียง 0.3% MTD สู่ระดับ 12.1% YoY
- ตลาดหุ้นไทยกลับมาน่าสนใจในเชิงของการขยายตัวของกำไร (Earnings Growth) และมูลค่า (Valuation) อีกครั้ง สะท้อนออกมาจากการที่ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ระดับ Leading P/E เพียง 11.8 เท่า หรือมี Premium ต่ำเป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาคเพียง 4.8% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย MSCI Asia ex Japan และเมื่อนำการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 มาพิจารณาด้วย ทำให้ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ระดับ PEG ต่ำเป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาคเพียง 0.47 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ MSCI Asia ex Japan ที่ 0.94 เท่า ดังนั้นในระยะกลาง (3-6 เดือน) เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับตลาดหุ้นไทย และยังคงเป้าหมายของ SET ปี 2556 ไว้ที่ 1,695 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” กรณีที่ SET ยังคงปิดเหนือ 1,500 จุดได้เท่านั้น ขณะที่ระยะกลาง (1 เดือน) แนะนำ “ถือ” หรือ "อ่อนตัวซื้อ" ในหุ้น BCP, BBL, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, ROJNA, KAMART, AH, SYMC, MSC และ INET









