วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชะลอปล่อยกู้อสังหารายเล็ก แบงก์รับเสี่ยงสูง

กสิกรไทย-ธนชาตยอมรับ เข้มงวด-ชะลอปล่อยกู้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นรายเล็กตามต่างจังหวัด หลังพบเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงและแสดงความวิตกว่าอาจมีการเก็งกำไรจนก่อให้เกิดฟองสบู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่สถาบันการเงินจะระมัดระวัง และพิจารณาการชะลอปล่อยกู้ในโครงการต่างๆ ที่เป็นของกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก ขณะที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็ได้ชะลอการให้สินเชื่อแก่กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นรายเล็กตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งไม่มีทั้งที่ดินและเงินทุนเพียงพอแล้วนั้น

จากประเด็นข้างต้น นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ให้ความเห็นว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ชะลอการปล่อยกู้เพิ่มให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับความร้อนแรงเกินไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามจังหวัดต่างๆ ของไทย

เขากล่าวว่า บรรดาผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ พากันขยายโครงการต่างๆ ไปตามต่างจังหวัด ได้กระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็ก ต่างเร่งพัฒนาโครงการของตัวเองขึ้นมาบ้าง

นายพัชรระบุว่า ด้วยสถานการณ์แวดล้อมข้างต้น เป็นเหตุผลให้ธนาคารกสิกรไทยรอบคอบระวังมากขึ้น เกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคอสังหาริมทรัพย์ และธนาคารไม่ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการปล่อยกู้กลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีทั้งที่ดินและเงินทุนตามที่กำหนดไว้ ทั้งๆที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายจังหวัดกำลังเฟื่องฟู

"บรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายราย ต่างมีเงินทุนเพียงพอที่จะซื้อที่ดิน ไม่เหมือนกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กหลายราย ซึ่งไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง และเสาะหาสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดิน ทำให้เราไม่สามารถให้การสนับสนุนกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กเหล่านี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง" นายพัชร กล่าว และเพิ่มเติมว่า ยอดสินเชื่อคงค้างที่ธนาคารกสิกรไทยปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็ก มีสัดส่วนอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาทจากพอร์ตสินเชื่อโดยรวมปล่อยกู้บริษัทขนาดกลางถึงเล็ก 4.5 แสนล้านบาท

ด้านนายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต ให้ความเห็นว่าธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่นตามจังหวัดต่างๆ หากบริษัทเหล่านี้มีที่ดินเป็นของตัวเอง เพื่อบรรเทาความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นจากธุรกิจส่วนนี้ในตลาด และธนาคารได้ให้ความสนใจน้อยลงแก่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็ก เว้นเสียแต่ว่ากลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กมีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอ และหรือมีงานรอรับรู้รายได้อยู่ในมือ (แบ็คล็อก) เพียงพอ

เขากล่าวว่ากลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นได้รับอิทธิพลจากการเข้ามาของกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งขยายโครงการต่างๆไปสู่พื้นที่ตามต่างจังหวัดต่างๆ ซึ่งธนาคารธนชาตต้องคัดเลือกมากขึ้น และปล่อยกู้เฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพ เพื่อให้แน่ใจในความสามารถของบริษัทเหล่านี้ว่าจะสามารถชำระคืนหนี้ได้

"บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นบางราย อาจมองเห็นโอกาสจากการขยายพื้นที่เมืองไปตามจังหวัดต่างๆ และเสาะหาเงินทุนอุดหนุนโครงการ เพื่อดำเนินธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับแบงก์ เราแนะนำบริษัทเหล่านี้ว่า ให้พัฒนาโครงการต่างๆทีละโครงการ" นายจิรัชยุติ์ กล่าว

เขาย้ำด้วยว่า ยังคงมีช่องทางให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นเข้าหาธนาคารได้ แต่ธนาคารธนชาตจะต้องเลือกผู้ที่อยู่ในธุรกิจมีศักยภาพดี อย่างเช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ เนื่องจากโครงการเช่นนี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายของกลุ่มเก็งกำไร และไม่เหมือนโครงการต่างๆ ของกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ตามจังหวัดต่างๆ