วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทองลดราคา!ไม่ป้องกันความเสี่ยง เจอ2เด้ง

"สานุพงษ์"ระบุราคาทองคำที่ปรับตัวลงในตลาดโลก ถ้าไม่ป้องกันความเสี่ยงเจอปัญหา2เด้ง คือค่าบาทแข็งและราคาทองลด

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนทองคำ บล. ฟิลลิป ให้สัมภาษณ์ เรื่อง "กองทุนทองคำผันผวน ตามราคาทองแท่ง" หลังจากที่ราคาทองปรับลดลง 8 ครั้งในวันนี้ (17เม.ย.)

นายสานุพงษ์ กล่าวว่า การที่ราคาทองคำปรับลง ในส่วนกองทุนทองคำก็คงหนีไม่พ้นปรับตัวลดลงตามราคาทองคำ จะมากหรือน้อยขึ้น อยู่กับกองทุนนี้มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแบบไหน ถ้ามีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกับราคาทองคำที่ปรับตัวลงในตลาดโลก ถ้าไม่ป้องกันความเสี่ยงเจอปัญหา 2 เด้ง คือในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่า กองทุนก็จะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนด้านหนึ่งแล้ว ส่วนเด้งที่ 2 โดนราคาทองคำอีก

"กรณีค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นประวัติการณ์ลงไปถึง 28.80 บาท แข็งที่สุดตั้งแต่ปี2540 ที่ผ่านมา ตรงนี้จะเป็นตัวช่วยที่ตอกย้ำให้ผลตอบแทนกองทุนทองคำนั้นปรับลดลงไปอีก กองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ก็เปลี่ยนเป็นกอง ที่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้วจะไม่มีปัญหา ในเรื่องของอัตรแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ถ้าดูผลตอบแทนต่างกันมากพอสมควร กองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณ -3%กว่าๆ ถ้าเป็นกองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยง -7%, 8% ก็ต่างกันมาก"นายสานุพงษ กล่าว

นายสานุพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามองดูภาพรวมผลตอบแทนกองทุนทองคำในช่วงนี้ รวมถึงเอ็นเอวีมีการปรับลดมาก สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้น่าจะลดไปประมาณสัก 10 % กว่าๆ ถ้าเกิดเป็นกองที่ไม่ ป้องกันความเสี่ยงน่าจะลดมากกว่านั้น น่าจะ 10 % กว่าๆถึงเกือบ 20%

นายสานุพงษ์ กล่าววว่า บรรดานักลงทุนที่เคยมองเอาไว้ว่าจะลงทุนให้กองทุนทองคำ เป็นกองทุนที่มีความปลอดภัย มองยาวๆจะส่งผลให้มุมมองของบรรดานักลงทุน เปลี่ยนแปลงไปสามารถแยกได้เป็น 2 ประเด็น ถ้าเป็นระยะสั้น น่าจะมีการแกว่งตัวแรงลดไปอยู่ระดับ 1,300 - 1,250 ดอลลาร์ แนวโน้มไม่ค่อยดีอาจจะมีการปรับตัวลดลงได้อีก ระยะสั้นอาจจะมี การขึ้นกลับมาบ้าง คิดว่าไม่น่าเกิน 1,450-1,520 ดอลลาร์ ถ้าเป็นระยะสั้นนักลงทุนที่ต้องการ เก็งกำไรหลีกเลี่ยงก่อน หรือว่าถ้ามีอยู่แล้วอาจจะให้ขายตอนที่ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ทยอยออกขายไปน่าจะดีกว่า สำหรับคนที่ลงทุนระยะยาว และต้องการเก็บสะสมทองคำ ถ้าเป็นระยะยาวตรงนี้คือโอกาสปรับตัวลดลงมาหลายๆ คน ก็เข้าไปสะสมทองคำเพิ่มเติม ตรงนี้ ถือเป็นโอกาสในระยะยาวมากกว่า

นายสานุพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมราคาทองคำตอนนี้เองน่าจะไม่ผ่าน 1,450 ดอลลาร์ จะมีแนวต้านอยู่ประมาณ 1,450 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 1,450 ดอลลาร์ ก็ยังมี 1,520 ดอลลาร์ค่อน ข้างยาก ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

"มีโอกาสทำให้ทองคำปรับขึ้นไปอีก โดยถ้าระยะยาวยังมีปัจจัยบวกอีกมาก หลังจากโดนความกังวลเรื่องไซปรัส ทั้งเรื่องการเท ขายทองนักลงทุนจริงๆ ก็ยังมีปัจจัยบวกอย่างเช่นการออกคิวอีประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่นปล่อยเม็ดเงินออกมามหาศาล อันนี้เป็นตัวหนุนทองในระยะยาวอยู่ ถ้ายังมีคิวอีอยู่ ความเสี่ยงในเรื่องของเงินเฟ้อยังมีอยู่ เพราะว่าแต่ละประเทศก็ปั๊มเงินออกมาในระบบ ในอนาคตยัง มีคนกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อในอนาคตอยู่เหมือนกัน อีกปัจจัยหนึ่งที่คิดว่าสำคัญก็คือธนาคาร กลางที่ผ่านๆ มา ก่อนหน้านี้ 20 ปีที่ผ่านมา คือธนาคารกลางขายทองออกมา เพิ่งมี 2-3 ปี หลังที่กลับเข้ามาซื้อแล้วซื้อเป็นจำนวนมากด้วย ตรงนี้น่าจะยังเห็นอยู่ ตรงนี้ก็จะเป็นตัวช่วยพยุงราคาทองเอาไว้ได้เหมือนกัน"

นายสานุพงษ์ กล่าวอีกว่า กองทุนเอทีเอฟไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน บาทแข็งตอนนี้ก็จะโดน 2 เด้ง เหมือนกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตอนนี้ถ้าเป็นกองทุนทองคำก็มีทางเลือกให้เป็นกองทุนเปิด

นายสานุพงษ์ กล่าวอีกว่า เท่าที่ดูธนาคารกลางหลายๆ ประเทศก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดการถือทองคำลง ยก เว้นยุโรป ช่วงที่ผ่านมา 2-3 ปีก่อนหน้า ก็มีเรื่องไอเอ็มเอฟที่ขายทองออกมา แต่อินเดียรับไป หมดตรงนั้นเป็นบวกกลับขึ้นมาทำให้ราคาทองจากที่ลงๆ อยู่พลิกกลับขึ้นมาบวก ภาพยังเป็นอย่างนั้นอยู่ในส่วนของธนาคารกลางที่เป็นตลาดเกิดใหม่ต้องการซื้อทองเข้าไปอยู่ ถ้าเป็นช่วงสั้นๆ คิดว่าใช่ เพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น ความเชื่อมั่นในสกุลดอลลาร์มีมากขึ้น ก็จะกลับไปมองที่ตัวยูเอสดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดเหมือนกัน เศรษฐกิจที่ยังเปราะบางอยู่ของสหรัฐเป็นตัวที่พลิกผันกลับกลายเป็นว่าทองกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่งก็ได้เหมือนกัน ถ้าเกิดมีทองอยู่ในพอร์ตสักประมาณ 10 % ไว้เป็นตัวป้องกันเป็นหลักประกันเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ทั้งในยุโรป สหรัฐ จะเป็นตัวช่วยอัตราตอบแทนของพอร์ต