ตลาดหลักทรัพย์-กลต.เตือนผู้ถือหุ้นแกรนด์ คาแนลฯ ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ก่อนลงมติโหวตซื้อหุ้นบีบีทีวี มาร์เก็ตติ้ง จากกลุ่ม"รัตนรักษ์"25 เม.ย.
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทัรพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ตามที่ บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) จะขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพื่อซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ บริษัท บีบีทีวี มาร์เก็ตติ้ง (BBTVM) จากผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้ได้ที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ BBTVM จำนวน 6 แปลง หลังจากนั้น จะให้ BBTVM เข้าซื้อที่ดิน 1 แปลงจากบริษัท ซีเคเอส โฮลดิ้ง (CKS) โดยที่ดินทั้ง 7 แปลง อยู่ใกล้โครงการแกรนด์พระราม 9 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งของบริษัท โดยเป็นการซื้อหุ้นและที่ดินจากบริษัทในกลุ่มรัตนรักษ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท แกรนด์ คาแนล จึงเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน
อย่างไรตาม ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ( ไอเอฟเอ) เห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และรายการที่เกี่ยวโยงกันในครั้งนี้ เนื่องจากราคาในการเข้าทำรายการไม่เหมาะสม กล่าวคือ ราคาซื้อขายที่ดินโดยเฉลี่ยของที่ดินทั้ง 7 แปลงมีมูลค่ารวม 1,336.81 ล้านบาท ในขณะที่ผู้ประเมินราคาอิสระ 2 ราย โดยบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) และบริษัทเน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนท์ ให้ราคาประเมินที่มูลค่า 1,172.75 และ 1,100.72 ล้านบาท ตามลำดับ ราคาซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงสูงกว่าราคาประเมินของผู้ประเมินราคาอิสระถึง 164 -236 ล้านบาท
นอกจากนี้จากข้อมูลในสารสนเทศการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งบริษัท แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่า คณะกรรมการตรวจสอบก็เห็นว่า ราคาในการเข้าทำรายการไม่เหมาะสมตามความเห็นของไอเอฟเอ และขอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเห็นของไอเอฟเอ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการทำรายการดังกล่าว ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นโปรดศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมกับขอให้ซักถามผู้บริหารบริษัทถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย
รายการดังกล่าวข้างต้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท แกรนด์ฯ ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาตัดสินใจการลงมติในรายการดังกล่าวในวันที่ 25 เม.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล โซ แบ็งคอก ทั้งนี้ไอเอฟเอเห็นว่าการทำรายการดังกล่าวอาจทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ลดลง เพราะแม้การซื้อหุ้นสามัญทั้งหมด 100% ของBBTVM มูลค่าเป็นเงินไม่เกิน 38.79 ล้านบาท โดย BBTVM ถือครองที่ดินจำนวน 6 แปลง เนื้อที่รวม 2,170 ตารางวา มูลค่าตามบัญชี 1,143.35 ล้านบาท แต่มีภาระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างจ่ายที่ต้องจ่ายคืนให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน 1,120.13 ล้านบาท
นอกจากนี้ การให้ BBTVM ในฐานะบริษัทย่อยเข้าซื้อและรับโอนที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่รวม 175.50 ตารางวา จากบริษัท ซี เค เอส โฮลดิ้ง (CKS) ในราคาซื้อขายรวมไม่เกิน 183.28 ล้านบาท เท่ากับตารางวาละ 1,044,303 บาท เป็นราคาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากสูงกว่าราคาผู้ประเมินราคาอิสระ 2 ราย ค่อนข้างมาก สูงกว่าราคาเฉลี่ยจากการประเมินของผู้ประเมินราคาอิสระทั้ง 2 ราย ที่มีราคาเฉลี่ยตารางวาละ 484,645 บาท หรือสูงกว่าราคาเฉลี่ย 17.60% จึงเป็นราคาที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ (บอร์ด) และคณะกรรมการตรวจสอบ เห็นว่าการทำรายการดังกล่าวมีความเหมาะสม แม้ว่าราคาที่ดินจะสูงกว่าราคาประเมิน แต่เป็นที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับผลประโยชน์โดยรวม เนื่องจากบริษัทจะได้มาซึ่งที่ดินซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโครงการแกรนด์ พระราม 9 ที่เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และถือเป็น แลนด์มาร์ค ของบริษัท สามารถนำที่ดินที่ได้มาไปพัฒนาโครงการให้ได้ผลตอบแทนในอัตราที่ดี มีโอกาสเพิ่มรายได้และผลตอบแทนที่ต่อเนื่องในระยะยาว









