เงินบาทยังแข็งค่า ขณะที่ หุ้นไทยฟื้นตัวตามแรงซื้อคืนและมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการบริษัท
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกใช้เงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-19 เม.ย. 2556 คงจะมีสภาพคล่องไหลกลับสู่ระบบหลังวันหยุดยาว ขณะที่ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์และเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งจะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.16% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.18% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีจากความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังติดตามสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงอีกครั้งในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อจากกลุ่มกองทุนในประเทศ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.79% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.71% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ขณะที่ บันทึกการประชุมเฟดระบุถึงความเห็นของกรรมการเฟดบางท่านที่เห็นว่าควรที่จะมีการปรับลดมาตรการซื้อพันธบัตรหากพัฒนาการของตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดีจากการเข้าซื้อของธนาคารและบริษัทประกันในญี่ปุ่น
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทแข็งค่ากว่าระดับ 28.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นระดับที่แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 16 ปี ท่ามกลางกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า หลังจากที่ธนาคารกลางชั้นนำของโลก อาทิ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อไป ประกอบกับมีการประเมินว่า มีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่าจองซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน BTSGIF ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ทั้งจากนักลงทุนและกลุ่มผู้นำเข้า ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ทยอยฟื้นตัวขึ้นหลังจากบันทึกการประชุมเฟดระบุว่า มีผู้กำหนดนโยบายหลายท่านต้องการให้เฟดยุติการเข้าซื้อตราสารหนี้ทั้งหมดก่อนสิ้นปี 2556 นี้
ในวันศุกร์ (12 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.00 เทียบกับระดับ 29.28 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า 5 เม.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (15-19 เม.ย. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 28.95-29.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตากระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ สถานการณ์หนี้ในยูโรโซน ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียในเดือนเม.ย. ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างในเดือนมี.ค. เงินทุนไหลเข้าสุทธิในเดือนก.พ. รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อนึ่ง นักลงทุนอาจจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีน (อาทิ จีดีพีไตรมาส 1/56 และยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.) ประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ของ IMF และการประชุมกลุ่ม G-20 ช่วงปลายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยเงินยูโรได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงรุก ขณะที่ ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีอายุ 3 ปีที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ก็เป็นปัจจัยบวกของเงินยูโรด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี แรงซื้อเงินยูโรเริ่มชะลอลง ท่ามกลางแรงขายทำกำไรในช่วงการประชุมของรัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโรโซนช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งมีการประเมินว่า จะมีการรือเกี่ยวกับแผนความช่วยเหลือไซปรัส รวมถึงเป้าหมายการรัดเข็มขัดทางการคลังสำหรับโปรตุเกสและไอร์แลนด์
เงินเยนอ่อนค่าลงเข้าใกล้ระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปี โดยถูกกดดันจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงรุกของ BOJ อย่างไรก็ดี เงินเยนลดช่วงติดลบบางส่วนกลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายทำกำไรสกุลเงินอื่น (ซื้อคืนเงินเยน) ของนักลงทุนก่อนช่วงวันหยุด
ในวันศุกร์ (12 เม.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3056 เทียบกับระดับ 1.2989 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 เม.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 99.26 เทียบกับ 97.52 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นโดยมีแรงซื้อหุ้นกลับคืน รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการบริษัท ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,527.32 จุด เพิ่มขึ้น 2.54% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 19.35% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 42,028.48 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 471.73 จุด เพิ่มขึ้น 2.75% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงในวันอังคาร โดยมีแรงขายจากต่างชาติท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับคืนหลังราคาปรับลดลงไปมาก รวมทั้งแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/2556 และแรงซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสารที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-19 เม.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีน่าจะยังคงผันผวน โดยต้องระวังแรงขายทำกำไร สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 1/2556 ของจีน ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เครื่องชี้ภาคการผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,490 และ 1,450 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,528 และ 1,550 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสุงสุดใหม่ท่ามกลางสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางชั้นนำ โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 14,865.14 จุด เพิ่มขึ้น 2.06% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกของผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ รวมทั้งบันทึกการประชุมเฟดที่ยังคงระบุถึงคงวามจำเป็นในการดำเนินมาตรการซื้อสินทรัพย์จนกว่าพัฒนาการของตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ ข้อมูลเชิงบวกต่อตลาดแรงงานและแนวโน้มยอดค้าปลีกที่สดใสของสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับพุ่งขึ้น หลัง BOJ ออกมาตรการผ่อนคลายรอบใหม่ โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 13,485.14 จุด เพิ่มขึ้น 5.08% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากการดำเนินนโยบายผ่อนคลายอย่างแข็งกร้าวของธนาคารกลางญี่ปุ่น ก่อนที่จะปรับลดลงในวันศุกร์ ตามแรงขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันในช่วงหลายวันก่อนหน้า









