วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มตลาดวันนี้ : มีโอกาสปรับขึ้น

ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นค่อนข้างสูง และเงินบาทแข็งค่าขึ้น

แนวรับ/แนวต้าน: 1515/1545


กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีเป็นรายตัว


สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%


นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร OFM, ASP, CGD, ML, LOXLEY


นักลงทุนระยะยาว: แนะนำซื้อ SPCG, THCOM, THANI, WHA


จับข่าวมาเก็งกำไร


THCOM : นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1/56 น่าจะมีอัตราการเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมาจากการเติบโตทั้งในส่วนธุรกิจดาวเทียม ธุรกิจโทรศัพท์มือถือในลาวที่ THCOM ถือหุ้นในสัดส่วน 49% ของบริษัท ลาว โทรคมนาคม จำกัด หรือ LTC และการยกเลิกธุรกิจโทรศัพท์มือถือ Mfone ในกัมพูชา ส่วนผลประกอบการในปี 2556 ก็คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นจากปี 2555 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 173.90 ล้านบาท โดยจะเป็นการเติบโตจากธุรกิจดาวเทียม โดยบริษัทจะมีการยิงดาวเทียมไทยคม 6 ในช่วงไตรมาสที่ 3/56 และจะมีการรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4/56 และบริษัทได้ยกเลิกธุรกิจมือถือ Mfone ในกัมพูชาไปแล้ว ทำให้ในปีนี้จะไม่มีผลการขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าว


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+การธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้อัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยสูงกว่าต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น แต่เท่าที่ตรวจสอบ ธปท. ยังไม่พบการกู้ดอกเบี้ยต่ำในต่างประเทศ แล้วมาหาผลตอบแทนสูงในไทย (แคร์รีเทรด) เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยลอยตัวแบบมีการบริหารจัดการ ทำให้มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะได้กำไรดอกเบี้ยแต่ต้องรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะหาผลตอบแทนแบบนี้

+กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 ของทั้ง 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เกินกว่าเป้าหมายอยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเชื่อว่าในปีงบประมาณดังกล่าวจะสามารถจัดเก็บได้เกินเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น


ปัจจัยต่างประเทศ

+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 157.58 จุดหรือ 1.08% อยู่ที่ระดับ 14,756.78 จุด เนื่องจากดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ ลดลงในเดือนมี.ค.เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางยังคงสามารถรักษานโยบายกระตุ้นด้านการเงินต่อไปเพื่อเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

+ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน พ.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 0.01 ดอลลาร์หรือ 0.01% ปิดที่ระดับ 88.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐที่บ่งชี้ว่า อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกอาจขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย