แบงก์มองโครงการท่าเรือน้ำลึกในทวายเริ่มมีความหวังมากขึ้นหลังภาครัฐไทย-พม่ามีความร่วมมือกันชัดเจน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายที่ในขณะนี้รัฐบาลไทยและพม่ามีข้อตกลงร่วมกัน รวมทั้งการก่อตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle) หรือ “SPV”ขึ้นเป็น Holding Company เพื่อบริหารงานและระดมทุนเพื่อเดินหน้าโครงการฯทวาย ว่า เมื่อความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้โครงการต่าง ๆ เกิดได้เร็วขึ้น ซึ่งในขั้นตอนต่อไปต้องดูว่าโครงการในแต่ละเฟสจะเป็นอย่างไร และโครงการปลีกย่อยมีรูปแบบการระดมทุนอย่างไร ในส่วนของธนาคารกรุงไทย อยู่ระหว่างการเตรียมที่จะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้กับภาครัฐในโครงการดังกล่าว โดยจะคิดแผนการใช้เงินลงทุนว่าจะต้องใช้เงินลงทุนอย่างไร ซึ่งธนาคารก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ว่าความชัดเจนจะมีมากขึ้นแต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าธนาคารจะเข้าไปปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจากต้องดูรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมเพราะในโครงการใหญ่จะมีแบ่งเป็นเฟส ๆ โดยเฉพาะผู้ที่จะเข้ามาร่วมลงทุน และรูปแบบการลงทุนจะเป็นอย่างไร ซึ่งรัฐบาลพม่าเปิดให้นักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้าร่วมในโครงการดังกล่าวด้วย
“ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าปล่อยสินเชื่อได้หรือไม่ แต่ภาพรวมดูดีขึ้น เพราะภาครัฐเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่เอกชน ทำให้ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น”
ด้านนายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศในโครงการทวายทำให้แนวทางต่าง ๆ มีความชัดเจนมากขึ้นสามารถถึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ แต่โครงการลงทุนในทวายจะมีโครงการหลายโครงการเกิดขึ้นตามมา ทั้งโครงการท่าเรือน้ำลึก โครงการโรงไฟฟ้า โรงถลุงเหล็ก ซึ่งจะต้องรอให้โครงการขนาดใหญ่นิ่งก่อน









