"โฆสิต"เชื่อเงินบาทแข็งช่วงสั้น อาจกลับไปอ่อนค่าได้ ชี้"คลัง-ธปท."ต้องหาจุดที่เงินไหลเข้าและมาตรการสกัดร่วมกัน
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึง ผลกระทบของเอสเอ็มอีจากกรณีที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เชื่อว่าจะเป็นปัญหาระยะสั้น และค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวได้ 2 ทิศทาง คืออาจกลับมาอ่อนค่าไปถึงระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และขึ้นกับการตัดสินใจของนักลงทุนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด และมีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ในแต่ละด้านเช่นกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ธปท.และกระทรวงการคลังต้องร่วมมือกันในการดูแลสถานการณ์
รวมถึงต้องติดตามว่าเงินที่ไหลเข้ามาไปอยู่ที่ไหนจึงจะหามาตรการที่เหมาะสมในแต่ละจุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพราะในบางจุดธปท.ไม่สามารถออกมาตรการออกมาได้ แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตามการแข่งค่าของเงินบาทในขณะนี้ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ภาคการส่งออกเติบโตได้ตามที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 8% หรือไม่ แต่เชื่อว่าจะเห็นภาคนำเข้ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนนำเข้าเครื่องจักร รวมถึงการนำเข้าพลังงานด้วย ซึ่งก็จะส่งผลทั้งในด้านความต้องการสิยเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อการลงทุน
“เข้าใจว่าเป็นเรื่องระยะสั้น และหากธปท.และคลังร่วมมือกันเชื่อว่าจะให้ผล เพราะเรื่องพวกนี้ต้องมีข้อมูลว่าเข้ามาตรงไหน และช่วยกันหามาตรการที่เหมาะสมในจุดที่เข้ามา เพราะหากแข็งค่าไปธปท.ก็ต้องแทรกแซงเป็นต้นทุนที่ธปท.กลัว และเป็นการสวนตลาดอีกด้วย ก็ต้องคุยกันค่อย ๆ สางเรื่องนี้ยังไง ไม่ใช่เรื่องเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เท่าที่ข้อมูลมีมันเป็นการเคลื่อนย้ายที่ตั้งของเงิน ซึ่งมันก็เป็นความผันผวนที่มีแน่นอนพูดกันมานานแล้ว”









