"กิตติรัตน์" เผยไม่สบายใจเงินบาทแข็งค่า ยันได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ชี้จะไม่แทรกแซง ธปท.ในการทำงาน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทแข็งค่าในรอบ 16 ปี โดยหลุดจาก 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดูแลการเงินการคลังของประเทศ ได้มีการจับตาสถานการณ์ค่าเงินบาทด้วยความทุกข์ใจอย่างยิ่ง รวมทั้งมีความเป็นห่วงค่าเงินบาทมาตั้งแต่ที่อยู่ในระดับสูงที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คือเมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา และได้มีการพูดในเรื่องนี้มาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาด้วยความเป็นห่วง
"เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่เคยนิ่งนอนใจตั้งแต่ค่าบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น ได้พยายามดูแลตามอำนาจหน้าที่เท่าที่กฎหมายอนุญาติดำเนินการแล้ว แต่กระบวนการดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของหน่วยงานนอกเหนือการกำกับของกระทรวงการคลังโดยตรง เนื่องจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ล้วนแต่มีผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณามาตรการ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองเคยขอให้พิจารณาด้วยความรอบคอบ"นายกิตติรัตน์ กล่าว
เขากล่าวด้วยว่าการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นให้ทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สินค้าจำเป็นที่นำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาถูกลง ถือเป็นประโยชน์ในภาคธุรกิจที่มีการนำเข้าและผู้บริโภค ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลกระทบภาคส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและการบริการ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวมองไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้การประกอบธุรกิจดังกล่าวยากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาอาจกระทบการจ้างงาน ความแข็งแรงในฐานะลูกหนี้และลูกค้าในระบบธนาคาร และไม่สามารถขยายตลาดและสินค้าได้ อย่างสินค้าเกษตรในส่วนที่ส่งออก อาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบ









