วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพัฒน์รับรถไฟความเร็วสูงรายได้ไม่คุ้ม

สภาพัฒน์ยอมรับโครงการรถไฟความเร็วสูง มีรายได้จากค่าโดยสารแค่ 30-40% แต่มีรายได้อื่นเสริม อ้างลดเหลื่อมล้ำ-ลดต้นทุนโลจิสติกส์ 2%

วันนี้ (9 เม.ย.) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ประชุมโดยให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวชี้แจงความจำเป็นในการลงทุนตามพ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรกเป็นการตั้งคำถามสศช. เช่น ความจำเป็นในการใช้เงินพัฒนาประเทศถึง 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวนั้น คำนึงถึงการพัฒนาด้านการศึกษา ด้านการเกษตรที่ประสบปัญหาน้ำแล้ง หรือด้านอื่นๆหรือไม่ และสามารถตอบสนองความต้องการของประเทศจริงหรือไม่ รวมทั้งมีการคำนวณความคุ้มค่าการลงทุนของโครงการหรือไม่

ขณะเดียวกัน ยังมีการสอบถามถึงสัดส่วนการลงทุนรถไฟความเร็วสูงที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงทั้งๆที่รถไฟความเร็วสูงเน้นขนส่งผู้โดยสาร ไม่ใช่สินค้า ทำให้การใช้เงินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงอยู่ที่เท่าได หากราคาสูงประชาชนก็ไม่สามารถใช้บริการได้ นอกจากนั้น ยังถามถึงระยะเวลาในการพิจารณาแผนที่ใช้เวลาเร็วมากเพียง 1 เดือน ขณะที่แผนมีรายละเอียดมาก

นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า ตามแผนใช้เงินกู้ประมาณ 40% ของวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท ใช้สร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเห็นว่าหากลงทุนพัฒนารถไฟทางคู่ทั่วประเทศ เช่น รถไฟสายเหนือสร้างทางคู่ถึงเชียงใหม่จากเดิมถึงแค่คณะกรรมาธิการฯ ตั้งคำถามโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่คุ้มค่าลงทุนเด่นชัย จะทำให้การเดินทางด้วยระบบรางใช้เงินลงทุนไม่มาก

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ กรรมาธิการ กล่าวว่า กังวลว่าการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงจะไม่คุ้มค่า สร้างไปแล้วไม่มีคนใช้ ขณะที่รัฐบาลจะต้องใช้เงินอุดหนุนเนื่องจากโครงการขาดทุนอีกประมาณปีละ 2 หมื่นล้านบาท สังเกตจากผลศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่พบว่าผลตอบแทนทางการเงินอยู่ที่ -0.71%

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การวางแผนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะเน้นเส้นทางสายหลัก เป้าหมายเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ 2% โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงจะช่วยประหยัดพลังงานและสร้างโอกาสการเติบโตของเมือง ส่วนค่าโดยสารที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงและลดความเหลื่อมล้ำได้นั้น จากผลศึกษารายได้จากค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 30-40% ที่เหลือเป็นรายได้ที่ไม่ใช่ค่าโดยสาร ดังนั้นค่าโดยสารจะไม่ได้เก็บเพื่อให้คุ้มการลงทุน แต่จะมีรายได้ส่วนอื่นมาเสริม