นายกฯชี้ไทยต้องฉวยโอกาสสร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อก้าวประชาคมอาเซียน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการหลักสูตรการฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงอาเซียน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อเรื่อง "วิสัยทัศน์ประเทศไทยภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงภายในภูมิภาคและกรอบความร่วมมือของประชาคมอาเซียน" โดยมีผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานภาครัฐ ระดับปลัดกระทรวง อธิการบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารจารัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา ตอนหนึ่งว่า อยากเห็นการเตรียมพร้อม และปรับตัวของภาครัฐและเอกชน โดยแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศ เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เนื่องจากไทยเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อการขนส่งใน ภูมิภาคนี้ ดังนั้นไทยต้องฉกฉวยโอกาสนี้ให้มากที่สุด เพื่อสร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เพราะการเข้าสู้ประชาคมอาเซียนจะทำให้ประชากรจาก 60 ล้าน เพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านคนทำให้มีผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคือ การที่ประเทศไทย ถูกปรับเป็นประเทศที่มีรายได้ปลานกลางทำให้สิทธิภาษีพิเศษทางภาษีที่เคยได้รับจะหายไป เราจึงต้องใช้ช่อง เอฟทีเอ รวมถึงช่องทางทางภาษีที่ประเทศเพื่อนบ้างยังคงได้รับสิทธิภาษีพิเศษอยู่ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยอาจจะเป็นการหาวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาแปรรูปในประเทศไทยเพื่อส่งออก รวมถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับให้เป็นแรงงานคุณภาพ การปรับโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค และต้องพัฒนาด่านชายแดนให้มีความสะดวกมากขึ้น
"ด้านสังคมวัฒนธรรมที่มีความใกล้เคียงกันในภูมิภาค การไปมาหาสู่กันจะทำให้เกิดความเจริญเติบโต ทำไปสู่ความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว ส่วนในด้าน การเมือง ความมั่นคง ในอาเซียน นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามมา และเมื่อทุกคนเห็นภาพรวมยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศก็จะมองเห็นช่องทางในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ซึ่งภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุน " นายกฯย้ำ
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงยุทธศาสตร์ประเทศว่า เราต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล่ำกระจายความเจริญ สร้างความเติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปรับสมดุลจัดระบบการบริหารจัดการ ซึ่งจากการที่รัฐบาลดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ก็จะช่วยในการลดการเหลื่อมล้ำทำให้ความเจริญเข้าไปทั่วถึง และจะเป็นการเชื่อมโยงสู่ ประชาคมเซียน เพราะโครงการดังกล่าวนอกจากปรับปรุงถนนแล้ว ยังมีส่วนในการปรับปรุงด่านตรวจคนเข้าแดน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น









