3การไฟฟ้าพร้อมรับมือวิกฤติไฟฟ้าช่วง 5-14 เม.ย. มั่นใจไฟไม่ดับวงกว้าง ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่าช่วงวันที่5-14เม.ย.ว่า ทาง กฟภ.ได้จัดทำแผนและวางมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยซ้ำซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการณ์ (วอร์รูม) อำนวยการช่วยเหลือสนับสนุนกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ (ศอส.) เพื่อติดตามสถานการณ์ขึ้นที่สำนักงานใหญ่และที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้ง 13 เขต ตลอดจนให้มีการจัดเตรียมสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับเหตุการณ์
การชี้แจงสถานการณ์ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ทราบ เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้ไฟฟ้าในช่วงวันเวลาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ประหยัดพลังงานและลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงวันเวลาดังกล่าว ทำให้คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ของกฟภ. อย่างไรก็ตามในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวที่มีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก เช่นที่ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์จะสามารถทราบได้ทันทีว่า มีปัญหาอุปสรรคติดขัดอยู่ที่จุดใด และจะสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
ด้านนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ถึงแม้ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ กฟผ.คาดการณ์ คือเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 26,430 เมกะวัตต์ จากที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงปลาย เม.ย.และทำให้กฟผ.ต้องกลับมาปรับสมมติฐานการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของวันที่ 5 เม.ย.ใหม่ โดยเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าขึ้นไปอีก 300 เมกะวัตต์จาก 26,300 เมกะวัตต์ มาเป็น 26,600 เมกะวัตต์ และ Peak สูงสุดของปีนี้จะแตะที่ 27,000 เมกะวัตต์ แต่ยังเชื่อมั่นไฟฟ้าจะไม่ดับในช่วง 5-14 เม.ย. เพราะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าว เช่น ความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ทำให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ1,700เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะรองรับเหตุการณ์การหยุดจ่ายก๊าซได้ อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้มีการตั้งวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ ที่ประสานกับกระทรวงพลังงานและปตท.ซึ่งจะเป็นผู้ซัพพลายน้ำมันเตาและดีเซล เพื่อแก้ไขปัญหา หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เกิดขึ้น
ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งดับไฟในบางพื้นที่จำนวน 4 วัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30น.ถึง15.30 น. หรือประมาณ 7 ชั่วโมง เพื่อปรับปรุงระบบแรงดันสายส่งไปแล้ว ในช่วงต้นเดือนมีนาคม และล่าสุดกฟน.ได้แจ้งประกาศดับไฟในเขตกรุงเทพ เพื่อปรับปรุงรักษาระบบการจ่ายไฟในวันที่ 4 เม.ย ตั้งแต่คลองรางตันถึงแยกประชาอุทิศ 76 ถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก วันที่ 6 เม.ย.ตั้งแต่ปากซอยสาธุประดิษฐ์ 49 ถึงสาธุประดิษฐ์53 ซอยโชคชัย 4 ตั้งแต่แฟลตตำรวจโชคชัยถึงซอย 7 ถนนลาดพร้าว วันที่ 8 เมษายน ตั้งแต่คลองรางโพธิ์ถึงสามแยกวัดจันทร์แก้วเพชร ตลาดบางกะปิ ซอยลาดพร้าว123 และวันที่ 9 เมษายน ที่ซอยลาดพร้าว64 แยก14 ถนนลาดพร้าว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาแรงดันไฟฟ้าต่ำ









