ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศหลักเริ่มชะลอ ถ้า SET ปิดต่ำกว่า 1,540 จุด จะเป็นสัญญาณขาย
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ถ้า SET ถอยตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,540 (+/-5) จุดในวันนี้จะเป็นสัญญาณขายในระยะสั้น โดยมีปัจจัยกดดันจากการประกาศตัวเลขภาคการผลิตทั้งของสหรัฐ, จีน และญี่ปุ่นที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด นอกจากนี้การถอยตัวลงมาอย่างรุนแรงในช่วง 19-22 มี.ค.2556 หลังจากขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,610 (+/-10) จุด สะท้อนให้เห็นว่าระดับค่าเฉลี่ย Trialing P/E +0.5SD ที่ 14.5 เท่าเป็นแนวต้านในเชิงพื้นฐานของ SET ในรอบนี้ (ตลาดมองว่าถ้าซื้อขายสูงกว่านี้อาจจะเริ่มแพง) ซึ่งอาจส่งผลให้การดีดตัวขึ้นทะลุ 1,610 จุด โดยที่ไม่มีการพักตัวลงมาก่อนเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ดีเราประเมิน Downside Risk ในรายเดือนของ SET ไว้ไม่ต่ำกว่า 1,500 จุด และยังคงเป้าหมายของ SET ในปี 2556 ไว้ที่ 1,695 จุด โดยจะมีปัจจัยหนุนจากระดับ Earnings Growth และ ROE ในปี 2556 ที่ 22.6% และ 18.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ย Asia ex Japan ที่ 12.0% และ 13.6%
- ปัจจัยที่จะส่งผลต่อแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางของไทย (BOT) และญี่ปุ่น (BOJ) ทั้งนี้ในส่วนของการประชุม BOT (วันพุธ) เราประเมินว่า กนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75% แม้ว่าล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค.2556 จะลดลงมาอยู่ที่ 2.69% จาก 3.23% ในเดือนก่อน ซึ่งถ้าผลออกมาตามคาดจะไม่ส่งผลต่อทิศทางของ SET แต่ถ้าผิดคาด BOT เกิดลดดอกเบี้ย SET จะขึ้นไปทดสอบ 1,600 จุดภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่การประชุม BOJ (วันพุธ-พฤหัสฯ) เราประเมินว่าผู้ว่า BOJ คนใหม่จะประกาศมาตรการซื้อสินทรัพย์แบบไม่จำกัดจำนวนออกมา อย่างไรก็ดีจากการที่ตลาดปรับตัวขึ้นมารับข่าวไปแล้ว มีความเป็นไปได้มากว่าตลาดจะ “Sell on Fact” กับปัจจัยนี้
- กลยุทธ์การลงทุน กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,540 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” โดยมีเป้า เม.ย.2556 ที่ 1,630 จุด ในหุ้น BBL, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, ROJNA, KAMART, AH, SYMC, MSC และ INET (กรณี SET ปิดต่ำกว่า 1,540 (+/-5) จุด “ขาย” ไปซื้อกลับ 1,500 จุด)









