30 ปีในธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบและส่วนประกอบอาหารสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร วินเนอร์ กรุ๊ป ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วหลายครั้ง
สถานการณ์หนักอึ้งเกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ของธุรกิจ เมื่อการผลิตและจำหน่ายสแน็คและสร้างแบรนด์ของตัวเองกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหลังต้องเผชิญหน้ากับบิ๊กแบรนด์จากบริษัทข้ามชาติทุ่มตลาดสู้ ทำให้ต้องล่าถอยออกจากตลาดไป
จากนั้นหันมานำเข้าวัตถุดิบประเภทแป้ง และส่วนประกอบอาหารป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรม อาทิ แป้งมันฝรั่ง , แป้งสาลี , วีทกลูเต้น , ไข่ผง ,วัตถุกันเสีย , เครื่องเทศ , ยีสต์ , ผงฟู ,ไอซิ่ง , ผงโกโก้ , น้ำมันมะกอก เป็นต้น ซึ่งก็พบว่าเป็นลู่ทางที่สดใส และเติบโต จากพฤติกรรมการบริโภค ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่มีผลให้ธุรกิจอาหาร และส่วนประกอบอาหารเติบโตตาม โดยวินเนอร์กรุ๊ป มีการต่อยอดธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารเรื่อยมา โฟกัสไปที่กลุ่มเป้าหมาย Food Service และ ผู้บริโภค
Food Service สร้างรายได้ให้กับธุรกิจมากเป็นร้อยละ 60 อีกร้อยละ 40 เป็นสินค้าวัตถุดิบที่ป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรม เจน บอกว่า กลุ่มหลังเติบโตช้ากว่า และ อยู่ภายใต้การแข่งขันที่สูงกว่า เทียบกับตลาดกลุ่มแรกแล้วแตกต่างกัน เพราะ Food Service เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก ทำให้ในอนาคตเตรียมที่จะเสริมทัพสินค้าในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น
หากประเมินพละกำลังของวินเนอร์ กรุ๊ป ในเวลานี้ เจน วองอิสริยะกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเนอร์ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จํา กัด มองว่า เป็นช่วงของหัวเลี้ยวหัวต่อของการจะโตไปพร้อมกับกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ผลออกมาแล้วว่า วินเนอร์กรุ๊ป จะเป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้
เพียงแต่การวิ่งครั้งนี้ ต้องมีทั้งความพร้อม และสกัดในสิ่งที่น่าจะเป็นวิกฤต หรือปัญหาออกไป
การจะวิ่งไปข้างหน้าได้ต้องอาศัย “คน” ท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นแน่นอนแล้ว และจะรุนแรงขึ้นในอนาต โดยเฉพาะฝ่ายการตลาด และพนักงานโรงงาน ซึ่งวินเนอร์กรุ๊ปมีพนักงานเกือบ 300 คน ทำงานในส่วนโรงงานประมาณ 100 คน มีอัตราเข้าออกหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเสริมทัพเครื่องจักรเข้ามาทดแทนกำลังคนเป็นสิ่งที่ เจน เตรียมการและอยู่ระหว่างการนำเข้าเครื่องจักรใหม่
พร้อมกันนี้หนึ่งในเครื่องจักรที่นำเข้าไม่เพียงลดทอนวิกฤตด้านแรงงานที่ส่อเค้ารุนแรง แต่อีกด้านเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจและการตลาดให้กับวินเนอร์ กรุ๊ปด้วย
“การลงทุนเครื่องจักรราว 20 ล้านบาทเป็นการมองถึงอนาคตสำหรับงานรับจ้างผลิตแพ็คกิ้งสินค้า อาทิ กาแฟสำเร็จรูป เครื่องปรุงฯ ทั้งนี้จากการนำเครื่องจักรเข้ามาทำงานยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน จากเดิมต้องใช้แรงงานคน 20 คน เมื่อมีเครื่องจักรเข้ามาช่วยจะใช้แรงงานคนเพียง 2 คนเท่านั้น”
ขณะที่ในส่วนของงานด้านมาร์เก็ตติ้ง เจน ใช้วิธีอบรม และสร้างวัฒนธรรมการทำงานให้รัก และรู้สึกภูมิใจในองค์กร เพราะพนักงานส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการติดต่อโดยตรงกับร้านค้า ในลักษณะ B to B เพราะนอกจากจะเป็นการเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรงแล้วยังเป็นช่องทางที่มีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการเข้าไปในตลาดโมเดิร์นเทรด
นอกจาก Food Service ซึ่งเป็นตลาดหลัก เจน เล็งถึงโอกาสที่จะน่าจะดีวันดีคืนในอนาคตในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารสำหรับผู้สูงอายุ
“มองไปในอีก 10 ข้างหน้า ประเทศไทยหนีไม่พ้นสังคมผู้สูงอายุ น่าจะอยู่ที่ 12-15 ล้านคนในไทยภายในปี 2563 เราซึ่งอยู่ในธุรกิจอาหารก็มองถึงโอกาสของตลาดนี้พร้อมกับเดินทางไปต่างประเทศ จะพบว่า อาหารที่ให้ทางสายยางสำหรับผู้สูงอายุเป็นตลาดที่น่าสนใจและเติบโตแล้วในหลายประเทศ”
การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านทั้งกำลังคน การตลาด เครื่องจักร และล่าสุดกับทุน ที่มาจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เจน เชื่อว่าปัจจัยนี้จะเป็นตัวเร่งให้ วินเนอร์ กรุ๊ป แข็งแรงพอที่จะก้าวกระโดดไปเล่นในตลาดอาเซียน
เมื่อเออีซีเปิดอย่างเป็นทางการ เจน มองถึงโอกาสสำหรับวินเนอร์ กรุ๊ปเกิดขึ้นได้ทั้งการนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย และการส่งออกสินค้าจำหน่ายในประเทศต่างๆ
รวมถึงการมองลู่ทางไว้ที่ประเทศเวียดนาม,พม่า และ ลาว ในรูปแบบการเข้าร่วมลงทุนด้านโรงงานผลิต
จากประสบการณ์ 30 ปีในธุรกิจอาหาร การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน การจัดการด้านโลจิสติกส์ คลังสินค้า และล่าสุดกับเงินทุนที่จะเป็นแรงส่งให้ วินเนอร์ กรุ๊ป ออกไปโลดแล่นในสนามอาเซียนได้ไม่ยาก
สิ่งที่ท้าทายสำหรับ เจน ต่อจากนี้อยู่ที่เป้าหมายการสร้างแบรนด์สินค้าของวินเนอร์ กรุ๊ปให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทัพสินค้าที่จะลุยตลาดอาเซียน
หากทุกอย่างเดินไปตามแผนที่วาง วินเนอร์ กรุ๊ป จะเป็นผู้เล่นในธุรกิจอาหารของไทยที่จับตลาดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
นั่นคือ ผลิต จัดจำหน่าย มีระบบคลังสินค้า และโลจิสติกส์เป็นของตัวเอง รวมถึงทักษะความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศ
วินเนอร์ กรุ๊ป จะเดินไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ บทสรุปยังรอการท้าทาย และพิสูจน์









