วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุมเข้มค้ามนุษย์หวั่นกระทบส่งออกไปสหรัฐ

รัฐบาล-เอกชน คุมเข้มค้ามนุษย์ หวั่นกระทบส่งออกไทยไปสหรัฐ

ความกังวลของอุตสาหกรรมประมงของไทย โดยเฉพาะกุ้งและผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปสหรัฐ ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐจัดให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง (Tier 2 Watch List) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากรายงานการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ

สถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และสินค้าประมงของไทยเป็นอย่างมาก หากประเทศไทยถูกลดระดับลงเป็น Tier 3 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งบอกว่าประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำด้านแรงงาน และสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้สหรัฐระงับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และอาจระงับการนำเข้าสินค้าของไทยในที่สุด

กรมการค้าต่างประเทศในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องอุปสรรคทางการค้า ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จากการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการจับกุมคดีการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการกระทำผิดด้านแรงงาน ตั้งแต่ปี 2552-2555 เฉลี่ยปีละประมาณ 20,000 ราย

"จังหวัดสมุทรสาคร" ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมงที่สำคัญของไทย พบว่าในจังหวัดมีแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 400,000 ราย จำนวนนี้มีแรงงานประมาณ 340,000 รายต่อปีที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกว่า 90 % เป็นแรงงานสัญชาติพม่าที่เหลือเป็นลาวและกัมพูชา และสมาชิกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้ากุ้งที่โรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครมีจำนวนกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนโรงงานทั้งหมดในจังหวัดสมุทรสาคร

ดังนั้นสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ได้พยายามสร้างความตระหนักให้แก่สมาชิก โดยเพิ่มการตรวจสอบด้านบริหารจัดการที่ดีด้านแรงงานเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้การส่งออกกุ้งไทยเผชิญกับภาวะวิกฤติทั้งเรื่องความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ติดลบในสายตาลูกค้าที่อาจส่งผลไปถึงการเลิกสั่งซื้อสินค้ากุ้งจากประเทศไทย ถึงแม้สินค้ากุ้งไทยจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้าที่ดีและมีความสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันก็ตาม

"การดำเนินคดีกับผู้เสียหายและผู้ต้องหาจากการกระทำความผิดด้านการค้ามนุษย์มีแนวโน้มลดลง เพราะ ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือในฐานะพยาน และไม่ยอมให้ข้อเท็จจริง ตลอดจนกล่าวโทษผู้กระทำผิด แม้ว่าผู้เสียหายจะอยู่ในปัจจัยแวดล้อมและพฤติการณ์เข้าข่ายของการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะเด็กและสตรี ที่คาดว่าจะเป็นผู้เสียหาย มักไม่ให้ข้อมูลที่แท้จริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน แต่กลับให้ข้อมูลในทางตรงกันข้าม เพื่อปกป้องช่วยเหลือบุคคลในครอบครัวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเป็นข้อจำกัดในการคุ้มครองผู้เสียหาย รวมไปถึงการพิสูจน์และยืนยันความผิดในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการยุติธรรม "

ดังนั้นในคดีการค้ามนุษย์ หากผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือ จะไม่มีหลักฐานยืนยันความผิดได้ แตกต่างจากความผิดคดีอาชญากรรมทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแรงงาน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องยังได้ใช้มาตรการเข้มงวดในการช่วยป้องกันไม่ให้มีปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมีการดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น อาทิ การจัดสถานศึกษาเพื่อให้ลูกหลานแรงงานต่างด้าวได้เข้าเรียนในระบบที่กำหนด และมีศูนย์รับแจ้งเหตุและระบบรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับเด็กจากการทำงานในรูปแบบที่เลวร้าย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ให้ความร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organisation : ILO) เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย และใช้แนวทางปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) สำหรับใช้บนเรือประมงไทย ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง สถานประกอบการแปรรูปกุ้ง สัตว์น้ำ หรือล้ง และโรงงานแปรรูปกุ้ง อาหารทะเล (ห้องเย็น) มีการติดตั้งระบบการติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System : VMS) การจัดทำแนวทางปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) การจัดทำรายการงานอันตรายสำหรับแรงงานเด็กในอุตสาหกรรมกุ้งอาหารทะเล จัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมง รวมไปถึงการจัดทำจรรยาบรรณสำหรับผู้ประกอบการเรือประมงไทย (Code of Conduct) อีกด้วย

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดไปจากประเทศไทยมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และความเข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการพัฒนากระบวนการจัดหางานนอกระบบ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต่อต้านการค้ามนุษย์และมีความจริงใจในการยุติการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กและแรงงานที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญ และก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเรื่องความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ทางด้านลบในสายตานานาประเทศ ซึ่งอาจส่งผลไปถึงการเลิกสั่งซื้อสินค้ากุ้งจากประเทศไทย