โมโนมิวสิค ในเครือ โมโนกรุ๊ป ประกาศลุยธุรกิจเพลงสากล หลังพบปัจจัยเอื้อกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ
นายนวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท โมโนเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในเครือโมโนกรุ๊ป เปิดเผยว่า อีกไม่นานประเทศไทยก็จะเข้าสู่เวทีประชาคมอาเซียน หรือ AEC เชื่อว่าทุกองค์กรทุกธุรกิจต้องมีการขยับตัวเกี่ยวกับแผนงานธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับตลาด AEC ที่ผ่านมาโมโนกรุ๊ปเองก็มีการเตรียมแผนรองรับไว้แล้วเช่นกัน ด้วยลักษณะของธุรกิจที่เราเริ่มขยายไปสู่ต่างประเทศ ทั้งประเทศเกาหลี อินโดนีเซีย และอีกหลายๆ ประเทศที่กำลังมีการเจรจาพูดคุย ด้วยคอนเทนต์มากมายที่เรามี อาทิ เพลง ดูดวง คลิปวีดีโอ แฟชั่น หรือ Mobile Application ต่างๆ
บริษัทจึงเข้าสู่ตลาดสากลโดยที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำมาก่อน โดยจับคอนเทนต์เพลงมาทำการตลาดอย่างจริงจังหลังจากนี้ไป ด้วยประสบการณ์ที่โมโนมิวสิคได้สร้างสรรค์ผลงานมานานกว่า 5 ปี กับทีมงานที่มีคุณภาพทั้งไทยและเทศ ล่าสุด เรานำ 2 ศิลปินบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ป คือ “EVO NINE” และ “CandyMafia” มาออกเป็นซิงเกิ้ลเพลงสากล พร้อมได้ทีมโปรดิวเซอร์จากอเมริกา Artisans Music (อาติซาน มิวสิค) ที่มีความพร้อมทั้งสตูดิโอและประสบการณ์การทำเพลง โดยที่ผ่านมาเคยสร้างสรรค์ผลงานเพลงให้กับศิลปินดังๆ จนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย เช่น 2PM, ดงบังชินกิ ,เกิร์ลเจนเนอเรชั่น, เจมี่ฟ๊อกซ์, สนู๊ปด็อก ฯลฯ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทีมโปรดักซ์ชั่นมือดีจากประเทศเกาหลี คือ Zanybro (ซานี่โบร์ส) ที่จะมาร่วมผลิตมิวสิควีโดโอให้กับเรา ที่การันตีคุณภาพผลงานจากปีที่ผ่านมากว่า 120 เพลง จากศิลปินดัง เช่น Girls’s Generation เพลง I Got A Boy , The Boy / Beast เพลง Shock/ TVXQ เพลง Humanoid / Super Junoir เพลง Opera เวอร์ชั่นญี่ปุ่น/ ฯลฯ
ในส่วนของการทำการตลาดต่างประเทศนั้น โมโนกรุ๊ปค่อนข้างได้เปรียบ เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาเราได้มีการเปิดบริษัทเพื่อขายคอนเทนต์ในประเทศเกาหลีและอินโดนีเซียนำร่องไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นผลทำให้เราต้องศึกษาลักษณะนิสัย ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนประเทศนั้นๆ โดยข้อมูลตรงนี้สามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลในการทำการตลาดได้ดีทีเดียว ตัวอย่างเช่น ในประเทศอินโดนีเซียมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณ 240 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าประเทศไทยที่มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณ 70 ล้านเลขหมาย หรือประมาณ 3 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตลาดที่กว้างมากและยังแสดงถึงโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจของเราอีกด้วย
ปัจจุบัน “โมโนมิวสิค” มีศิลปินที่เป็นทั้งบอยแบนด์, เกิร์ลกรุ๊ป , ศิลปินเดี่ยว ศิลปินแบบฟูลแบนด์ ที่รวมความหลากหลายของดนตรีไว้ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นแนว ป๊อปแดนซ์, โซลป๊อป, ป๊อปร็อค, อาร์แอนด์บี ฯลฯ จากศิลปินกว่า 11 เบอร์ อาทิ แคนดี้มาเฟีย, จีทเวนตี้, อีโวไนน์, พีท-พีระ, แป้ง-ณัฐณิชา, สเตตัสซิงเกิล, เรดิโอการ์เด้น, เอสพีเอฟ,รันแรนรัน, ทเวนตี้ทาวน์, กฤต พรรณนา ซึ่งล้วนเป็นศิลปินคุณภาพของเมืองไทยทั้งนั้น ปัจจุบันธุรกิจเพลงของโมโนมิวสิคในเครือโมโน กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดประมาณ 30% จากทั่วประเทศ โดยมีรายได้ทั้งหมดจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่กว่า 100 ล้านบาท จากการขายคอนเทนต์และงานโชว์
ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น เล็งเห็นว่าประเทศอินโดนีเซียมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 240 ล้านคน และประเทศเวียดนามมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 120 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มากสำหรับการส่งคอนเทนต์เพลงไปขาย โดยโมโนมิวสิคจะเริ่มขายเพลง “Make You Dance” (เมค ยู แดนซ์) ของอีโวไนน์ในเดือนมีนาคมนี้ทั้งในประเทศเวียดนามและประเทศอินโดนีเซียพร้อมกัน โดยตั้งเป้าจะผลิตคอนเทนต์เพลงป้อนตลาดสากลให้ได้ 10 เพลงภายในสิ้นปีนี้ และขยายไปอีกหลายๆ ประเทศที่เราได้มีการเจรจาทางธุรกิจกันมาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดเพลงในประเทศไทยก็ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพของโมโน กรุ๊ป ไม่ว่าจะที่มีคอนเทนต์ที่แข็งแรง มีทีมงานที่มีศักยภาพ ประสบการณ์การทำงานกับต่างประเทศ ทำให้วันนี้ เราจะสามารถเปิดตลาดสากลได้อย่างมั่นใจ






