ก.ล.ต. เปิดกว้างให้กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานได้
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า เนื่องจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) มีนโยบายการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยได้รับกระแสรายได้จากการดำเนินงานของกิจการนั้น ๆ Infrastructure Fund จึงมีลักษณะเป็นการลงทุนทางเลือก ซึ่งจะช่วยให้กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เข้ามาลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในทรัพย์สินที่หลากหลายได้มากขึ้น รวมทั้งผลตอบแทนที่ได้รับจาก Infrastructure Fund ยังสะท้อนอัตราเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นได้ การลงทุนใน Infrastructure Fund จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญของกองทุน
ก.ล.ต. จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคลเพื่อรายย่อย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนใน Infrastructure Fund ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางเลือกประเภทหนึ่งได้โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กองทุนหนึ่งได้ไม่เกิน 15% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) และไม่เกิน 25% ของเอ็นเอวี ในกรณีของกองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย หรือกองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคลเพื่อรายย่อยที่กระจายการลงทุนน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (specific fund)
แต่ในกรณีของ Infrastructure Fund ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้สามารถลงทุนได้ไม่เกิน 5% ของเอ็นเอวีทั้งนี้ สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะสามารถลงทุนใน Infrastructure Fund ได้เมื่อนับรวมกับทรัพย์สินทางเลือกอื่น ๆ ที่ลงทุนแล้วต้องไม่เกิน 15 %ของเอ็นเอวี
นอกจากนี้ Infrastructure Fund สามารถจัดอยู่ในบางหมวดอุตสาหกรรม ตามกิจการโครงสร้างที่ Infrastructure Fund นั้นไปลงทุน เช่น ลงทุนในกิจการระบบขนส่ง จัดอยู่ในหมวด ขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นต้น หรือสามารถจัดประเภทเป็นกองทุนรวมพิเศษที่มีการลงทุนใน Infrastructure Fund จำนวนหลายกองทุน รวมกันเกินกว่า 80% ของเอ็นเอวีเฉลี่ยในรอบปีบัญชี









