กรมเชื้อเพลิงฯ เล็งหารือโรงกลั่นเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันดิบในประเทศ คาดเปิดสัมปทานรอบ 21 พบน้ำมันดิบเพียง 10-20 ล้านบาร์เรล
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า เร็วๆนี้จะหารือกับผู้ผลิตปิโตรเลียม โรงกลั่นน้ำมัน และสถาบันปิโตรเลียม ถึงการดึงน้ำมันดิบที่มีการส่งออก 40,000 บาร์เรลต่อวัน ให้นำกลับมากลั่นภายในประเทศให้ได้มากที่สุด โดยโรงกลั่นใด ที่มีระบบแยกกำมะถันได้ก็จะขอให้เพิ่มสัดส่วนการนำน้ำมันดิบภายในประเทศมาใช้เพิ่มขึ้น
ส่วนการผลิตก๊าซธรรมชาติในขณะนี้ ผลิตได้ในประเทศสูงสุด 3,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ความต้องการ 4,850 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ที่เหลือต้องนำเข้า หากไม่มีการสำรวจ และผลิตเพิ่ม กำลังผลิตจะคงที่ 5 ปี จากนั้นจะเริ่มลดลง ภายใน 10 ปีข้างหน้า จะเหลือ 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ใน 20 ปี เหลือ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเท่านั้น
ดังนั้นเพื่อคงศักยภาพในการผลิตก๊าซฯ จึงเตรียมเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบ 21 จำนวน 22 แปลงสำรวจ คาดว่ามีก๊าซฯสำรอง 3-5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และมีน้ำมันดิบ 10-20 ล้านบาร์เรลเท่านั้น ส่วนสัญญาการผลิตปิโตรเลียมฉบับที่ 1 จะหมดอายุในปี 2565 กำลังผลิตรวม 2,200 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากแปลง U 1-2-3 ของเชฟรอน และแหล่งบงกช ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ซึ่งต้องเร่งตัดสินใจ เพราะการวางแผนผลิตปิโตรเลียมต้องใช้เวลา
“ความต้องการใช้ก๊าซฯในอีก 20 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หากไม่สามารถจัดหาปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการ จะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ "
นายทรงภพ กล่าวอีกว่า ในวันนี้( 26 มี.ค.) จะพบกับเอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิล เพื่อหารือถึงทิศทางการลงทุนด้านปิโตรเลียมในบราซิล โดยล่าสุด ปตท.สผ. มีความสนใจจะเข้าร่วมลงทุนในแหล่ง Pre salt ของบราซิล ซึ่งมีสำรองน้ำมันสูงถึง 8,000 ล้านบาร์เรล โดยมีผู้ร่วมลงทุนคือ ปิโตรนาส และบริติชแก๊ส









