ความต้องการของคนไม่เหมือนกัน บางตำแหน่งความต้องการก็คือ ขอให้มีงานทำ แต่บางตำแหน่งความต้องการก็คือ งานนี้ทำให้ฉันโก้หรือเปล่า
หากจำกันได้เมื่อประมาณเดือนกันยายนปี 2555 มีข่าวเผยแพร่ว่า "ซัสโก้" เป็นผู้ชนะประมูลซื้อกิจการ "ปิโตรนาส" ในประเทศไทย และเมื่อต้นเดือนมีนาคมปี 2556 ที่ผ่านมาทางซัสโก้ได้เปิดแถลงข่าวว่าจากอานิสงส์ของดีลดังกล่าวสร้างกำไรได้ถึง 600 เปอร์เซ็นต์
กลยุทธ์ควบรวมและเข้าซื้อกิจการ หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า M&A (Merger and Acquisition)นั้น แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว สร้างทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ทว่า วิธีการดังกล่าวก็ได้ถูกรับรองว่าเป็นสูตรสำเร็จเสมอไป เพราะเหมือนเช่นทุกเรื่องๆ ในเรื่องนี้ก็มีทั้ง "ผู้ได้" และ "ผู้เสีย"
แต่ที่สุดซัสโก้ก็สามารถขับเคลื่อนมาสู่ฝั่งของ "ผู้ได้" และเกิดเป็นสูตร 1+1>2
ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SUSCO) กล่าวว่า "ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสุขในการทำงานของคน"
เดิมปิโตรนาสมีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน หรือที่เรียกด้วยภาษาบ้านๆ ว่าปั๊มน้ำมันอยู่กว่า 90 แห่ง ขณะที่มีพนักงานอยู่ราวๆ 60 คนเท่านั้น (ปั๊มทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารงานของดีลเลอร์)แน่นอนว่าดูไม่มากมาย ดูไม่ซับซ้อน แต่ก็สร้างความท้าทายอยู่ไม่น้อย
เริ่มจากต้องประสานรอยต่อที่มีของทั้งสองบริษัทให้เชื่อมเข้าหากันได้อย่างแนบสนิท ซึ่งเป็นธรรมดาที่ในการซื้อกิจการทุกครั้งย่อมเกิดการต่อต้าน ความไม่เห็นด้วย ฯลฯ และนำมาซึ่งความขลุกขลัก ไม่ราบรื่น แน่นอนว่า เป็นไปได้ยากสำหรับคำว่า ไร้รอยต่อ ไร้ตะเข็บ แต่ก็ไม่ควรเกินเลยไปถึงขั้นของการ "หยุดชะงัก"
"เราคิดแบบ Worst-case ที่สุดเลยว่าถ้าในวันที่เปลี่ยนจากปิโตรนาสเป็นซัสโก้จะไม่มีคนปิโตรนาสมาทำงานให้เลย และต้องถามตัวเองว่ามีความพร้อมแค่ไหน ซึ่งคนของเราที่มีอยู่นั้นพร้อมที่จะรันธุรกิจต่อไปได้ เนื่องจากซัสโก้และปิโตรนาสเป็นธุรกิจเดียวกัน"
ในวงเล็บที่ว่าการเดินเครื่องธุรกิจต่อของซัสโก้จะเป็นแบบลูกทุ่งๆ เป็นแบบแฟชั่นยุคเก่า ชัยฤทธิ์ยอมรับว่าในความเป็นจริงภาพของปิโตรนาส นั้นมีความเป็น "อินเตอร์" แตกต่างกับซัสโก้ที่จะเป็นแบบ "ลูกทุ่ง"
คำถามก็คือ แล้วคนของปิโตรนาสมีความรู้สึกว่าต้องลดเกรด ลดชั้นมาทำงานกับบริษัทโลคัลหรือไม่ อย่างไร
"ผมว่าแล้วแต่ตำแหน่ง ถ้าตำแหน่งธรรมดาก็ไม่มีปัญหา ความต้องการของคนไม่เหมือนกัน บางตำแหน่งความต้องการก็คือ ขอให้มีงานทำเท่านั้น แต่บางตำแหน่ง ความต้องการก็คือ งานนี้ทำให้ฉันโก้ ฉันเท่ห์หรือเปล่า"
ชัยฤทธิ์บอกว่าความจำเป็น สิ่งที่เร่งด่วนที่สำคัญซึ่งควรต้องทำเวลาเข้าซื้อกิจการทุกครั้ง ก็คือ การสื่อสาร (กับพนักงานและดีลเลอร์ปิโตรนาส)
"ก่อนโอนกิจการ ผมได้เปิดใจคุยกับพนักงานปิโตรนาสแบบตรงไปตรงมา พร้อมได้อธิบายให้พวกเขาฟัง เกี่ยวกับธุรกิจของซัสโก้ เราเติบโตขึ้นมาอย่างไร เรามีอนาคตอย่างไร และผมได้บอกพวกเขาไปว่าผมจะเอาสิ่งดีๆ มาให้กับปิโตรนาส เช่นเดียวกับที่เคยให้กับที่ซัสโก้"
ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้องถามความต้องการของพวกเขาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน กระทั่งสวัสดิการต่างๆ
"เราต้องคุยกันตั้งแต่แรก ในการทำงานจะต้องมีความสุข คนจะต้องอยู่กับเราไปนานๆ ผมเชื่อว่าถ้าบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้ ที่สุดพนักงานจะโอเคและแฮบปี้ "
อะไรคือความแตกต่างระหว่างการทำงานแบบมีความสุขและไม่มีความสุข
เขาบอกว่าสังเกตุได้ง่าย ถ้าคนมีความสุขในการทำงานก็จะมาทำงานแต่เช้าไม่มีบ่น งานมีผลิตภาพ แต่ถ้าคนไม่มีความสุขพวกเขาจะคอยมองนาฬิกานั่งนับเวลาเพื่อกลับบ้าน และไม่ตั้งใจทำงาน
อย่างไรก็ดี จากที่ได้พูดคุยกันแบบเปิดอก ผลลัพธ์ก็คือ มีพนักงานบางคนที่เข้าใจ และยอมรับ ขณะที่ก็มีหลายคนที่ปฏิเสธ และเมื่อประเมินดูแล้ว ชัยฤทธิ์คาดการณ์ว่าสัดส่วนของคนที่อยู่กับคนตัดสินใจไปน่าจะมีอยู่ครึ่งต่อครึ่ง
"หลักการของผมคือไม่บังคับ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็จากกันด้วยดี"
อะไรคือผลดีและเสียที่จะเกิดขึ้น
เขาบอกว่า ในฟังก์ชั่นงานที่ทับซ้อนก็ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไร ขณะที่บางตำแหน่งที่ถือเป็นคีย์หลักก็สร้างผลเสีย แต่เขาก็ยังยืนยันว่า "โชคดีที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน"
อีกข้อได้เปรียบก็คือ โมเดลธุรกิจของซัสโก้นั้นจะบริหารปั๊มเกือบทั้งหมดด้วยตัวเอง ขณะที่ปิโตรนาสขายสิทธิ์ให้ทางดีลเลอร์ ดังนั้นทางซัสโก้จึงสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาในธุรกิจได้ด้วยตัวเองในทุกๆ กระบวนงาน
ปัจจุบันเมื่อซื้อปิโตรนาสแล้ว ทำให้ซัสโก้มีจำนวนปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 130 กว่าสาขาเป็น 235 สาขา และมีพนักงานทั้งสิ้นประมาณ 1,200 คน
ที่ผ่านมาชัยฤทธิ์บอกว่า หัวใจความสำเร็จของซัสโก้ก็คือ "ผู้ที่อยู่หน้างาน" ซึ่งหมายถึง ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน และเด็กปั๊ม
"เพราะเขาอยู่หน้างานเป็นคนที่พบปะกับลูกค้า ต่อให้บริษัทดี ออกนโยบายดี หรือทำปั๊มให้สวยแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อลูกค้าขับรถเข้ามาแล้วไม่ได้รับการบริการที่ดีหรือคำพูดที่สุภาพ ทุกอย่างก็เป็นศูนย์"
หลักการสำคัญก็คือ ต้องหาคนในพื้นที่มาทำงานเป็นคนหน้างาน โดยเฉพาะผู้จัดการปั๊มน้ำมัน ด้วยจะมีเครือข่าย มีคอนเน็คชั่นที่ดีกับคนในท้องที่
"ผมเป็นคนสัมภาษณ์รับผู้จัดการปั๊มด้วยตัวเอง"
เป็นคำพูดที่แสดงว่าผู้บริหารท่านนี้ "เห็น" และ" ให้" ความสำคัญของพนักงานที่อยู่หน้างานเพียงใด
"ผมจะพยายามดูโหงวเฮ้งเขา ที่เน้นมากๆจะดูเรื่องความซื่อสัตย์ ตัวผมเองเชื่อและชอบในเรื่องพวกนี้และศึกษามาบ้าง อะไรที่พอทำเองได้ก็ทำ แต่ไม่ถึงขั้นไปจ้างซินแสเพื่อมาดู"
เขาบอกว่า ปัญหาของธุรกิจนี้ก็คือ เด็กปั๊มที่หายากมาก และเมื่อได้มาแล้วเด็กมักจะอยู่ไม่ทน ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กอยู่ไม่ทน อยู่ไม่ได้ส่วนใหญ่เป็นเพราะผู้จัดการปั๊ม
"คำว่านายมันมีอยู่หลายแบบ ยอมรับว่าเวลาที่พิจารณารับผู้จัดการเข้ามา เวลาคุยก็คุยกันดี แต่เวลาไปทำงานจริงเขาก็เป็นอีกแบบหนึ่ง และทำให้เด็กอยู่ไม่ได้"
ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ เป็นนายแบบไหน
"คนไม่เหมือนกัน มีความต้องการแตกต่างกัน อีกคนต้องการแบบนี้ อีกคนต้องการแบบนั้น ตัวผมจึงมีอยู่สองบท คือมีทั้งบทดี มีทั้งบทเฮี๊ยบ คือมีทั้งพระเดช และพระคุณ ชีวิตจริงคนเราไม่ใช่ภาพวาดที่สวยหรู หรือต้องพูดจาเพราะๆ ตลอดเวลา"
วางเป้าหมายซัสโก้ไว้อย่างไร
"วิสัยทัศน์ของเราคือ เป็นผู้ค้าขนาดกลาง ต้องยอมรับว่าเราจะเป็นอันดับหนึ่งคงไม่ได้ เหมือนเราเป็นมวยรุ่นไลท์เวทแล้วบอกว่าจะเป็นเฮฟวี่เวทก็คงไม่ได้"
อย่างน้อยมวยรุ่นไลท์เวทก็มีเวทีเป็นของตัวเอง และในอนาคต มวยรุ่นเล็กก็ยังมีสิทธ์จะพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นมวยรุ่นใหญ่ได้..ใครจะรู้









