'ภัทธีรา'ชี้หุ้นดิ่งแรง รอพักฐานระยะหนึ่ง

"ภัทธีรา"ระบุตลาดหุ้นดิ่ง เหตุตลาดขึ้นมามากพอสมควร ประกอบกับหลายวันค่าเงินบาทแข็ง และปัญหาการเมือง ลั่นเป็นการพักฐานพักหนึ่ง
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ซีอีโอ บริษัทหลักทรัพย์วิคเกอร์ส (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์”กรุงเทพธุรกิจเรื่อง”หุ้นดิ่ง 60 จุดใครทุบ” หลังจากหุ้นดิ่ง 50 จุด
นางภัทธีรา กล่าวว่าวันนี้หุ้นลงแรง สาเหตุเป็นเรื่องความเปราะบางของตลาดขึ้นมาพอสมควร มีข่าวเชิงให้ระมัดระวัง ประกอบกับหลายวันนี้ สัปดาห์นี้มีข่าวว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น จนมีมาตรการอะไรไหม หรือไม่ว่า จะเป็นเรื่องการเมือง ปัญหาในเรื่องของน้ำที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาไม่ได้มีการปรับตัวเลยขึ้นมาตลอด 2-3 เดือน พอจะปรับตัวนี้ก็ต้องปรับแรงนิดหนึ่ง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วย
นางภัทธีรา กล่าวว่า การที่หุ้นร่วง 50 จุด ลงมาพอสมควรทีเดียวในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็มีแรงขายจริงๆ แล้วส่วนใหญ่เป็นการขายภายในประเทศจะเรียกว่าวันนี้เป็นแบล็คฟลายเดย์ ก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น อีกอย่างคือปัจจัยพื้นฐานของตัวหุ้น เฉพาะหุ้นใหญ่ก็ยังมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังไม่หมดรอบของหุ้นขาขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ รวมถึงเราด้วยก็มีทางเก็บเป้าหมายอินเด็กซ์เป้าหมายอยู่ที่ 1600 ขึ้นไป ระดับการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียน ก็ยังอยู่ในแนวโน้มดี ส่วนใหญ่ 18-20% ในที่สุดกลับมาที่ปัจจัยพื้นฐาน ปัญหาจะอยู่กับหุ้นที่ค่อนข้างจะสูง
นางภัทธีรา กล่าวว่า มองว่าครั้งนี้เป็นแค่การพักฐานพักหนึ่ง เรามีวันหยุดยาวต่อเนื่องในเดือนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น ช่วงสงกรานต์ ต่างประเทศก็จะมีช่วงฮิสเตอร์ฮอลิเดย์ ส่วนใหญ่ช่วงวันหยุด คนก็อาจจะพักการลงทุนสักพักหนึ่ง
“ปีนี้มีการใกล้ชิดกับหุ้นที่เมื่อก่อนเราเล่นกันอยู่ในหุ้น หรือระดับหุ้น 100 ,200 ซึ่งเป็นการปรับอย่างจริงๆ เมื่อก่อนจะพูดอยู่เรื่อยว่า ตรงโน้น ตรงนี้ไม่ ค่อยเข้าซื้อขาย เนื่องจากสภาพคล่องไม่มี อีกปัจจัยเรื่องที่หุ้นเราถืออันเดอร์ แวลลู มาอยู่นาน เมื่อเราจะพูดอยู่เรื่อยตลาดไทยพีอีต่ำกว่าคนอื่นเขา สภาพแวดล้อมเราดีขึ้นในปีสองปีที่ผ่านมา ก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้หุ้นขึ้นมา เป็นการปรับตัวของตลาดหุ้นไทยด้วย”นางภัทธีรา กล่าว
นางภัทธีรา กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการเตือนนักลงทุนระมัดระวัง โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาสูงมากๆ เกินพื้นฐานไป ตอนที่คุยมาตรการเรื่องการที่จะเพิ่มหลักประกัน ตอนนั้นหุ้นยังร้อนแรงอยู่ ก็ต้องหารือกันระหว่างบล.หรือตลาดหลักทรัพย์อีกทีหนึ่งว่าต้องมีหลักประกันเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ต้องมองระยะยาว ว่าเราไม่ได้มองว่าตรงนี้เป็นปัญหาที่ทำเหมือนกับว่าลูกโปร่งแตกหรืออะไรอย่างนั้น แต่ปรับแรงไปหน่อย







