"ยิ่งลักษณ์"สั่งเดินหน้าเจรจา ข้อตกลงการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA ต่อ ชี้เป็นช่องทางทำตลาดเพิ่มหลังการเจรจาหยุดชะงักมานานกว่า 7 ปี
นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบร่วมกับนายเจน สโตลเตนเบิร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ในโอกาสประชุมผู้นำเอเชียยุโรป หรือ ASEM ครั้งที่ 9 ที่ประเทศลาว ให้สองฝ่ายเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศความร่วมมือทางการค้าแห่งยุโรป (EFTA ) ต่อ หลังจากที่การเจรจาได้หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2549
ทั้งนี้ ไทยเห็นว่า กลุ่ม EFTA ที่มีสมาชิก จำนวน 6 ประเทศ คือ ออสเตรีย นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ไอซแลนด์ เป็นกลุ่มที่มีภาวะเศรษฐกิจขยายตัวดีต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปน้อย การสร้างแต้มต่อทางเศรษฐกิจของไทยจะเป็นประโยชน์สำหรับภาคการส่งออกและการลงทุนของประเทศเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างโอกาสใหม่ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้เคยมีการเจรจากับทางกลุ่มEFTA มาแล้ว 2 รอบ แต่การเจรจาได้หยุดชะงักไประยะหนึ่ง อันเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย เมื่อปี 2549 แต่ช่วงที่ผ่านมา ทางฝ่ายเอฟต้าได้มีการเสนอขอให้ทางรัฐบาลไทยกลับไปเจรจากับเอฟต้าอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับ EFTA เช่นนี้แล้ว ไทยจะต้องนำแผนการเจรจาเข้าสู่กระบวนการภายใน และทำตามขั้นตอนมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการเจรจาต่อไป โดยกรมกำหนดจัดสัมนาเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนเกี่ยวกับการเจรจากับEFTAมาเป็นระยะ ซึ่งปีนี้ก็จะมีการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นอีก 4 ครั้ง โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ในวันจันทร์ที่ 25 มี.ค. ณ โรงแรมโฆษะ ภายใต้หัวข้อ "FTA ไทย - EFTA: โอกาสและความท้าทาย"
สำหรับ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือEFTA มีการค้ากับไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการค้าเฉลี่ยในช่วง 3 ปี (2553-2555) คิดเป็นมูลค่า 12,561.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวม 13,455.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ









