"ซีพี"ชี้โครงการรับจำนำทำคุณภาพข้าวแย่ จี้รัฐบาลปรับนโยบาย ระบายสต็อกอย่างโปร่งใส-ดูแลคุณภาพข้าวที่รับจำนำ
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวในงานซี.พี.เสวนา "บาทแข็ง:ผลกระทบ-ทางออก" กล่าวว่า กลุ่มผู้ส่งออกข้าวกำลังได้รับผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งจากราคารับจำนำข้าวที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งกระทบโดยตรงกับความความสามารถในการแข่งขัน โดยหากค่าเงินแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 27-28 บาทต่อดอลลาร์ ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดจำเป็นจะต้องทบทวนแผนการค้าใหม่ เพราะทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าขึ้น จะทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากการส่งออกประมาณ 2.4 แสนล้านบาทต่อปี จากการส่งออกทั้งปี 2.4 แสนล้านดอลลาร์ และกระทบต่อการส่งออกข้าวประมาณ 10% ของราคาขาย
สำหรับการส่งออกข้าวในปีนี้ คาดว่าไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกประมาณ 7-8 ล้านตัน รองจากอินเดียที่ขายได้ประมาณ 9-10 ล้านตัน ซึ่งอันดับการส่งออกเพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 3 จากปี การที่ไทยส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากมีการระบายข้าวได้สูงขึ้น จากการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลในราคาที่ต่ำลง โดยเดือนม.ค. มีการเติบโตของยอดส่งออกข้าวประมาณ 23% จากปีก่อน เนื่องจากรัฐบาลกำลังประสบปัญหาการเงินและโกดัง
รัฐบาลควรปรับปรุงนโยบายการรับจำนำใน 3 ด้าน ทั้งการบริหารจัดการต้องอุดจุดรั่วไหล และควรมีระบบบริหารจัดการที่ดี ดูแลคุณภาพข้าวที่รับจำนำใหม่ด้วยการแบ่งชั้นของข้าวให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทย และต้องระบายข้าวในสต็อกอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ คุณภาพของข้าวไทยลดลง ซีพีจึงร่วมมือกับกรมการข้าว เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าว และพัฒนาพันธุ์ข้าว ให้เป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ และซีพีก็จะรับซื้อข้าวของเกษตรกรในราคาที่สูงกว่า หรือ เท่ากับ โครงการรับจำนำของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อมั่นกับข้าวไทยและข้าวซีพี






