อุตสาหกรรมยันพิจารณาใบ รง.4 ตามกรอบกฎหมาย เผยออกใบอนุญาตโรงงานให้โรงไฟฟ้าไปแล้ว 4 พันเมกะวัตต์ เตรียมฟ้อง"ปิยสวัสดิ์"ให้ข้อมูลเท็จ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมตั้งขึ้นมาเมื่อเดือน ก.พ.2555 และตั้งแต่มีการแต่งตั้งมีเรื่องเสนอเข้ามาพิจารณา 358 เรื่อง พิจารณาแล้ว 346 คำขอ ซึ่งในจำนวนที่พิจารณาแล้วได้ออกใบอนุญาตประกอบการโรงงาน (รง.4) 178 คำขอ ไม่อนุญาต 3 คำขอ และส่งคืนให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจารณาใหม่เพราะผิดหลักเกณฑ์การขออนุญาต 165 คำขอ โดยการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ไม่ได้มีความล่าช้าและอยู่ในกรอบเวลา 90 วัน ตามที่ พ.ร.บ.โรงงานกำหนด และการพิจารณาไม่มีผลประโยชน์ใดมาเกี่ยวข้อง
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า เรื่องที่เสนอเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ทั้งหมดเป็นเรื่องการขออนุญาตของโรงไฟฟ้า 91 คำขอ โดยได้พิจารณาแล้ว 88 คำขอ แบ่งเป็นการอนุญาต 83 คำขอ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้า 4,287 เมกะวัตต์ และส่งคืนให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจารณาใหม่เพราะผิดหลักเกณฑ์การขออนุญาต 5 คำขอ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยกล่าวอ้างว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าให้เร็วและเป็นตัวถ่วงของการอนุญาตให้มีความล่าช้าและมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับความจริงและส่งผลให้เกิดความเสียหาย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของหน่วยงานีรัฐ
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมานายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในเวทีสัมมนาและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการอนุญาต รง.4 สำหรับโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทำให้ฝ่ายกฎหมายกำลังศึกษาข้อกฎหมายว่าใครที่ให้ข้อมูลไม่เป็นจริงจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ หากอยู่ในเกณฑ์ที่จะอนุญาตให้ได้ก็จะออกใบอนุญาตให้เลย ซึ่งการพิจารณาที่ผ่านมาทำให้รับทราบข้อมูลว่าเรื่องที่เสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีการก่อสร้างอาคารโรงงานหรือติดตั้งเครื่องจักรก่อนได้รับใบอนุญาต 90 % โดยเป็นสาเหตุหลักของปัญหาเหตุเดือดร้อนจากสิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุอันตราย เพราะโรงงานที่สร้างไปก่อนได้รับใบอนุญาต รง.4 จะก่อสร้างไม่ตรงกับแบบและทำให้แก้ไขยากในภายหลัง ซึ่งทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมเปรียบเทียบปรับตั้งแต่เดือน ต.ค.2555 ถึง มี.ค.25556 ได้ 50 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 8 ล้านบาท เศษ แต่สูงกว่าช่วงก่อนตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่เปรียบเทียบปรับได้เดือนละ 200,000-300,000 บาท
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พบว่าคำขอที่พิจารณาอนุญาตไม่ได้จะมีปัญหา เรื่องพื้นที่ตั้งโรงงานการใช้พื้นที่ทับซ้อนที่สาธารณะที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน เช่น การสร้างโรงงานทับลำรางสาธารณะ รวมทั้งขาดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่ต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการขาดมาตรการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุไม่ใช้แล้วหรือของเสียอันตราย และโรงงานที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำขาดมาตรการบำบัดน้ำเสียเหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลให้มีน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักได้







