คมนาคมเตรียมลงนามข้อตกลงคุณธรรม ต้านคอร์รัปชันโครงการ 2 ล้านล้าน ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน-ผู้รับเหมาภายใน 30 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ว่า คาดภายใน 30 วัน กระทรวงคมนาคมจะนำร่องลงนามข้อตกลงคุณธรรม ต่อต้านการคอร์รัปชันจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ผู้รับเหมาที่จะเข้าร่วมประมูลงาน โดยจะใช้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท
"สาเหตุที่ต้องเริ่มก่อนที่อื่น เพราะที่ผ่านมาถูกครหาเรื่องความไม่โปร่งใส มีข้อกังขาหลายโครงการการใช้เงินงบ ฉะนั้นจึงถึงเวลาแล้วต้องเรียกความเชื่อมั่นในการเปิดประมูล ข้อตกลงคุณธรรม จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลโครงการทั้งหมด จะช่วยให้มีความโปร่งใสมากขึ้น"นายชัชชาติ กล่าว
แม้ข้อตกลงดังกล่าวจะไม่มีผลทางกฎหมาย หรือไม่มีบทลงโทษ แต่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีการทุจริตหรือไม่ อาจทำเป็นข้อมูลพิจารณาการเข้าร่วมประมูลโครงการของภาครัฐต่อไป ในส่วนของกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดข้อตกลงคุณธรรมว่า ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ หากแล้วเสร็จเชื่อว่ารัฐบาลจะนำข้อตกลงดังกล่าวมาบังคับใช้กับโครงการประมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกกระทรวง
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่าการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมครั้งนี้ ทำให้การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ เกิดความโปร่งใสมากขึ้น สามารถตรวจสอบได้ว่าการลงทุนคุ้มค่าหรือไม่ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ทำให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ
หากผู้เข้าร่วมประมูลรายไหน ไม่ร่วมลงนาม จะถูกสังคมจับตาทำไมถึงไม่เข้าร่วมลงนาม ที่ผ่านมาได้หารือกับผู้รับเหมา ทุกรายยินดีเข้าร่วมทำข้อตกลง ที่ผ่านมาองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้รับการร้องเรียนการออกใบอนุญาตตั้งแต่งานง่าย จนถึงการเปิดโรงงาน พบว่ามีปัญหายุ่งยากในการขอใบอนุญาต มีการเรียกรับประโยชน์ทั้งที่เป็นงานตามหน้าที่ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกทม.ไม่ต่ำกว่า 100 ราย
"จุดเริ่มต้นการทำข้อตกลงคุณธรรม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้หารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติ ต้องให้ครม.อนุมัติบังคับใช้กับทุกหน่วยงานของรัฐบาล ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ การทำข้อตกลงนี้ไม่มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้ 100 % แต่ถือเป็นการสร้างสำนึกการต่อต้านคอร์รัปชัน แต่การทำข้อตกลงคุณธรรมจะทำให้การคอร์รัปชันทำได้ยากขึ้น สามารถตรวจสอบ และหาคนผิดมาลงโทษได้"นายประมนต์ กล่าว
ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ยังไม่มีความชัดเจน ยังไม่ทราบว่าจะนำเงินไปลงทุนอะไร ดังนั้นจะร่วมกับคณะกรรมการ 3 สถาบันร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) เพื่อเชิญภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องมาสรุปรายละเอียดของโครงการว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจอย่างไร
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท มีความชัดเจนว่าทำอะไร ที่ไหน ต่างจากโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ที่ไม่มีความชัดเจนว่าทำอะไร ประโยชน์คืออะไร ทำให้กระบวนการตรวจสอบเพื่อป้องกันคอร์รัปชันไม่สามารถติดตามได้









