รายได้บ๊อกซ์ออฟฟิซเดือนม.ค.-ก.พ.2556 ลดลง
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่ารายได้ตั๋วหนังในไตรมาส 1/56 ของ MAJOR จะมีแนวโน้มลดลง แต่เราคาดว่าหน้าหนังจะเริ่มแข็งแรงมากขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ค.ไปจนถึงไตรมาส 4/56 โดยมีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์จำนวน 18 เรื่องและภาพยนตร์ไทยเรื่องใหญ่อีก 3 เรื่องที่รอเข้าฉาย เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด แนวโน้มของรายได้ตั๋วหนังที่ดีขึ้นในปี 2556 อัพไซด์ในอนาคตจากธุรกิจร่วมทุนกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชาและต้นทุนที่ลดลงจากการลดความสำคัญของธุรกิจผลิตแผ่นดีวีดีและวีซีดีลงจากเดิม รวมถึงราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก โดยอัตราส่วน PER ปี 2556 อยู่ที่ 18 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวของหุ้นซึ่งอยู่ที่ 20 เท่า
รายได้บ๊อกซ์ออฟฟิซเดือนม.ค.-ก.พ.2556 ลดลง
รายได้บ๊อกซ์ออฟฟิซหนังทำเงิน 10 อันดับแรกในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.2556 อยู่ที่ 440 ล้านบาท หรือลดลง 22% YoY และ 24% (ถ้าเปรียบเทียบกับเดือนต.ค.-พ.ย.2555) รายได้บ๊อกซ์ออฟฟิซหนังทำเงิน 10 อันดับแรกเฉพาะเดือนม.ค.ลดลง 44% YoY ในขณะที่เดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 15% YoY
ไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดเลยที่ทำเงินสูงกว่า 100 ล้านบาทในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.2556 ภาพยนตร์ไทยเรื่องคุณนายโฮทำรายได้ทั้งสิ้น 92 ล้านบาท หรือ 58 ล้านบาทเฉพาะในเดือนม.ค.) ภาพยนตร์เรื่อง A Good Day to Die Hard ทำรายได้จนถึงวันที่ 10 มี.ค. 66 ล้านบาทหรือ 60 ล้านบาทเฉพาะในเดือนก.พ. ภาพยนตร์เรื่อง Hansel & Gretel: Witch Hunters ทำรายได้ 59 ล้านบาท ภาพยนตร์เรื่อง Jack the Giant Slayer ทำรายได้จนถึงวันที่ 10 มี.ค. 59 ล้านบาท หรือ 8 ล้านบาทเฉพาะในเดือนก.พ. และภาพยนตร์เรื่อง Warm Bodies ทำรายได้จนถึงวันที่ 10 มี.ค. 50 ล้านบาทหรือ 44 ล้านบาทเฉพาะในเดือนก.พ. นอกจากนี้อาจกล่าวได้ว่าฐานตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิซในเดือนม.ค.2555 สูงเกินจริงจากภาพยนตร์ไทย 3 เรื่องได้แก่ เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ (ทำรายได้รวม 149 ล้านบาท) สคส.ทวิตตี้ (ทำรายได้รวม 81 ล้านบาท) และวาเลนไทน์ ทวิตตี้ (ทำรายได้รวม 58 ล้านบาท)








