วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO - ซื้อ

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากโอกาสชนะประมูลโรงไฟฟ้า 2H56

- กำไรปี 56 เติบโตจากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
เราคาดว่ากำไรปกติปี 2556 ของ EGCO จะเพิ่มขึ้น 6% YoY จากการขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Solar Power) และการรับรู้รายได้เต็มปีจากการถือหุ้นในโรงงานถ่านหิน (Quezon) ในปีนี้ EGCO จะมีกำลังการผลิตเพิ่มจากกลุ่มพลังงานทดแทน (1) โรงฟ้าแสงอาทิตย์ 6 โครงการ 57 เมกะวัตต์ เริ่ม ธ.ค. (Yanhee, EGCO ถือหุ้น 41%) (2) โรงไฟฟ้าพลังงานลม 6.9 เมกะวัตต์ เริ่ม ส.ค. (TWF, EGCO ถือหุ้น 90%) และ (3) โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ 6.7 เมกะวัตต์ เริ่ม เม.ย. แม้กำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนมีสัดส่วนเพียง 1.4% ของกำลังการผลิตรวม แต่มีจุดเด่นจากการได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) จากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดยโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ได้ Adder อยู่ที่ 8 บาท 3.5 บาท และ 7 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ตามลำดับ ทำให้รายได้ในช่วงเริ่มต้นดำเนินการผลิต 10 ปีแรกช่วยชดเชยรายได้ค่าไฟจากกลุ่ม IPP ที่เริ่มทยอยลดลง เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 6,823 ล้านบาท

- ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เชื่อ EGCO จะชนะประมูล IPP ได้อย่างน้อย 1 โรง
เราปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” การประกาศผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้าจะเกิดขึ้นในช่วง 2H56 เราคาดว่า EGCO จะชนะได้อย่างน้อย 1 โรง ทำให้เราปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่ม 17 บาท จาก 158 บาท เป็น 175 บาท นอกจากนี้เรายังเชื่อว่ามูลค่าเหมาะสมของ EGCO ยังมีโอกาสปรับเพิ่มอีกจาก (1) การขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า Quezon จาก 500 เมกะวัตต์ เป็น 1,000 เมกะวัตต์ (มูลค่าเหมาะสมเพิ่ม 3.2 บาท) และ (2) มูลค่าเหมาะสมที่เพิ่มจากการชนะประมูล IPP แม้เราจะปรับเพิ่มจากประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่เป็นกรณี Conservative Case เนื่องจากเราประเมินว่ามูลค่าเหมาะสมจะเพิ่มขึ้นอีกราว 17 – 27 บาท ขึ้นอยู่กับปีที่เริ่มดำเนินการผลิต (ระหว่างปี 2564 – 2569) ซึ่งหาก EGCO ได้โรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตเร็วกว่าปี 2569 จะทำให้มูลค่าเพิ่มตามลำดับ