ปลดล็อก BOOK VALUE จากการขายโรงแรมเข้า PROP FUND
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการขายสินทรัพย์โรงแรมสู่กองทุน ERWPF ซึ่งเสมือนเป็นการแสดงมูลค่าทางบัญชีที่แท้จริงของสินทรัพย์ในงบการเงินและนำกระแสเงินสดดังกล่าวมาใช้ในการลงทุนต่อในอนาคต รวมถึงจ่ายเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นแทนที่จะปล่อยให้มูลค่าดังกล่าวซ่อนอยู่ในงบการเงิน เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 เป็น 952 ลบ. +798.7% Y-Y โดยคาดว่า ERW จะได้รับกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวราว 750 ลบ. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นขาขึ้นรวมถึงกลุ่มประเทศของนักท่องเที่ยวที่เติบโตยังสอดคล้องกับระดับของโรงแรมในเครือของ ERW ซึ่งคาดว่าจะยังคงทำให้ผลการดำเนินงานของ ERW เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 7.20 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
ปลดล็อก BOOK VALUE และได้กระแสเงินสดมาใช้ลงทุนต่อ : เรามองว่าการที่ ERW ดำเนินการขายสินทรัพย์โรงแรม 2 แห่งคือโรงแรมไอบิส ป่าตองและโรงแรมไอบิสพัทยาเข้ากองทุน ERWPF (ขนาดกองทุน 1,831 ลบ. และ ERW จะถือในสัดส่วน 20%) เสมือนเป็นการแสดงมูลค่าทางบัญชีที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในงบการเงิน เนื่องจาก ERW ใช้วิธีการบันทึกบัญชีด้วยวิธีราคาทุนและไม่เคยมีการ REVALUATION การขายสินทรัพย์ดังกล่าวจะทำให้งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้น และสามารถแปลงเป็นกระแสเงินสดเพื่อใช้ในการลงทุนต่อสำหรับโครงการใหม่ๆ ในอนาคต รวมถึงจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นแทนที่จะปล่อยให้มูลค่าดังกล่าวซ่อนอยู่ในงบการเงิน
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 ขึ้นจากการขายสินทรัพย์ : เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 ขึ้นจาก 231 ลบ. เป็น 952 ลบ. +798.7% Y-Y สะท้อนผลกำไรจากการขายโรงแรมเข้ากองทุน ERWPF ซึ่งคาดว่า ERW จะมีกำไรจากการขายราว 750 ลบ. บันทึกเข้ามาใน 2Q13 หากตัดรายการดังกล่าวออก ผลการดำเนินงานในส่วนธุรกิจโรงแรมคาดว่าจะมีกำไรปกติที่ 202 ลบ. +132% Y-Y โดยโรงแรมใหม่ 3 แห่งที่เปิดในปีที่แล้ว รวมถึงโรงแรมนาคาภูเก็ตที่มีการ REBRAND เมื่อปลายปี 2011 และเพิ่งเริ่มปรับอัตราห้องพักเป็นอัตราปกติไปเมื่อ 4Q12 น่าจะมีพัฒนาการที่โดดเด่นและเป็นตัวขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน เรามองว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเติบโตโดดเด่นได้แก่กลุ่ม รัสเซีย อินเดีย จีน ซึ่งนิยมพักโรงแรมระดับ 3 - 4 ดาว สอดคล้องกับ ERW ที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่มโรงแรมในระดับดังกล่าว (ไอบิส เมอร์เคียว ฮอลิเดย์ อินท์) ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเติบโตของผลประกอบการ
ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 7.20 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” : นอกจากปัจจัยบวกจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวแล้ว เรามีมุมมองที่ดีขึ้นจากเดิมที่มองว่า ERW มีปัจจัยเสี่ยงจากการที่ไม่มีธุรกิจร้านอาหารมาช่วยหนุนธุรกิจในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง แต่ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกกลับไม่ได้กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย เราจึงปรับเพิ่ม TERMINAL GROWTH RATE ของ ERW จาก 2% เป็น 3% ให้เท่ากับกลุ่ม ทำให้ราคาเหมาะสมที่อิงวิธี DCF (WACC 6.40%) เพิ่มขึ้นเป็น 7.20 บาทจากเดิม 6 บาท และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ”







