"เวิร์คพอยท์"เตรียมประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ขยายสตูดิโอเพิ่ม คาดไม่เพิ่มทุน การเงินแข็งแกร่ง ระบุราคาเริ่มต้นประมูล-ค่าเชื่อมโครงข่ายสูงไป
นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่าทางเวิร์คพอยท์มีความสนใจเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประเภทช่องธุรกิจไม่น้อยกว่า 2 ช่อง คือช่องวาไรตี้แบบสแตนดาร์ด และช่องเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นประเภทรายการที่บริษัทมีความถนัดและดำเนินการผ่านช่องทีวีดาวเทียมแล้ว คือ เวิร์คพอยท์ทีวี ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งผลประกอบการ และเรตติ้ง ภายในปีแรกที่เริ่มดำเนินการ และ ช่อง 6 รอบรู้ดูสนุก ซึ่งทดลองออกอากาศมาแล้วกว่า 10 วัน ร่วมกับบริษัทพีเอสไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด อีกทั้งปัจจุบันการออกอากาศทีวีดาวเทียมครอบคลุมแล้วกว่า 50-60 % ของครัวเรือน นอกจากนี้มีความพร้อมทั้งบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์กว่า 500 คน รวมทั้งการมีคอนเทนต์และรายการคุณภาพต่างๆซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทต้องการความชัดเจนจากกสทช.ถึงการกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูล เพราะราคาตั้งต้นประมูลรวมทั้งราคาค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ออกมาเดิมถือว่าสูงเกินไป เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่เป็นลักษณะการพิจารณาคุณสมบัติ และเป็นการดำเนินการฟรีโดยไม่ต้องมีการประมูล
"เวิร์คพอยท์เองเรามีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลอยู่แล้ว มันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม และเราเชื่อว่าเรามีประสบการณ์ทั้งรายการทีวีและทีวีดาวเทียม แต่ตอนนี้เราขอรอความชัดเจนก่อนว่า กสทช.จะกำนดราคาและหลักเกณฑ์อย่างไร และเราเลือกในสิ่งที่ถนัดคือ วาไรตี้และเด็ก ส่วนช่องข่าวเราคงไม่สนใจ แต่อาจจะมีข่าวอยู่ในช่องของเราเหมือนเวิร์คพอยท์ทีวีที่เราร่วมมือกับบมจ.มติชนในปัจจุบัน และเชื่อว่า ถ้าเราได้ทำทีวีดิจิทัล เราได้ส่วนแบ่งจากเม็ดเงินโฆษณาในปัจจุบันแค่ 1-2 % ก็ทำให้รายได้ของเรามากกว่าค่าโฆษณาทีวีดาวเทียมแน่นอน และจะทำให้เราคุ้มทุนภายใน2-3 ปี ซึ่งหวังว่าการประมูลจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพราะตอนนี้ทีวีดาวเทียมเข้าถึงประชาชนได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว"นายปัญญา กล่าว
นอกจากนี้ เวิร์คพอยท์ได้เตรียมความพร้อมในการขยายสตูดิโอจากเดิมมี 8 สตูดิโอ ขยายเพิ่มเป็น 19 สตูดิโอ โดยได้ซื้อที่ดินจำนวน 3 ไร่และเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว งบประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ รวมทั้งจะยังคงผลิตรายการโทรทัศน์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี ผ่านช่องทีวีดาวเทียมของบริษัท และช่องดิจิทัลทีวีในอนาคต โดยปัจจุบันบริษัทมีรายการที่ผลิตเองและรับจ้างผลิตออกอากาศทางฟรีทีวีจำนวน 20 รายการ เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีจำนวน 17 รายการ
ขณะที่นายสุรการ ศิริโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการการเงิน การลงทุน บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่น้อยกว่าปีละ 350-400 ล้านบาท และสิ้นปี 2555 มีเงินสดจำนวน 309.55 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.28 เท่า ดังนั้นบริษัทจึงยังสามารถที่ก่อหนี้ได้อีกมาก เพราะบริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาว ซึ่งบริษัทได้มีการหารือกับสถาบันการเงินเบื้องต้นสำหรับการประมูลแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าบริษัทคงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนสำหรับการประมูลทีวีดิจิทัลในขณะนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการผลิตรายการโทรทัศน์ประมาณ 1,500 ล้านบาท และรายได้จากทีวีดาวเทียม 150 ล้านบาท
ขณะที่นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานโทรทัศน์ 2 และโครงการพิเศษ กล่าวว่า ทางบริษัทพร้อมรับพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในทีวีดิจิทัล และทีวีดาวเทียม โดยผ่าน บริษัท ฟรีไซส์ บรอดแคสติ้ง จำกัด ซึ่งขณะนี้มีบริษัทต่างประเทศหลายรายสนใจร่วมลงทุนกับทางบริษัท แต่ในการประมูลทีวีดิจิทัลทางบริษัทจะเป็นผู้เข้าร่วมประมูลด้วยตัวเอง
นอกจากนี้การปรับลดช่องรายการเด็กจาก 5 ช่องรายการ เหลือ 3 ช่องรายการ เชื่อว่าจะเกิดการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการในกลุ่มรายการเด็กเข้าร่วมประมูล จากเดิมที่จะเป็นการแยกประมูลในแต่ละบริษัท เพราะเป็นช่องรายการที่ลงทุนสูงกว่าช่องประเภทอื่นๆ









