หลังจากครอบครองลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด คิงออฟคอนเทนท์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากว่า 20 ปี
แต่!นับจากฤดูกาลปี 2013-2016 แพลตฟอร์มเคเบิลทีวีเบอร์หนึ่งของไทย “ทรูวิชั่นส์” จะไม่ได้บริหารลิขสิทธิ์รายการฟุตบอลดังกล่าวไปอย่างน้อย 3 ฤดูกาล หลังพ่ายการประมูลพรีเมียร์ลีกอังกฤษให้กับ บริษัทไทย เคเบิล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)“ซีทีเอช” ที่คว้าชัยชนะไปด้วยมูลค่ากว่า “หมื่นล้านบาท” สูงกว่า 3 ฤดูกาลล่าสุดที่อยู่ในมือทรูวิชั่นส์กว่า “6 เท่าตัว”
ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารคอนเทนท์ลิขสิทธิ์กีฬานับจากนี้ ทรูวิชั่นส์ จะชูจุดเด่นในฐานะ King of Sports การนำเสนอคอนเทนท์กีฬาหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ ไม่เพียงแต่กีฬา“ฟุตบอล” เท่านั้น
องอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแม้จะไม่ได้บริหารลิขสิทธิ์ “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ในฤดูกาลใหม่นับจากเดือน ส.ค.นี้ แต่คอนเทนท์กีฬาดังระดับโลกและกีฬาดังในไทยยังอยู่ในมือทรูฯ อีกจำนวนมากและมีสัญญาต่อเนื่อง2-3 ปี อีกหลายรายการ ทำให้ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ ยังถือเป็นผู้นำ King of Sports
โดยยุทธศาสตร์สำคัญในปีนี้ จะย้ำภาพความเป็น “ผู้นำการถ่ายทอดสดกีฬาชั้นนำ” และซูเปอร์สปอร์ตระดับโลกที่ดีที่สุดและมากที่สุด กว่า 1,200 ชั่วโมงต่อเดือน จาก 21 ช่องกีฬา พร้อมเสนอการถ่ายทอดสดช่องกีฬาระบบเอชดี 3 ช่อง นอกจากนี้ทรูวิชั่นส์ยังให้ความสำคัญเรื่องกีฬาไทย โดยเฉพาะการเพิ่มการถ่ายทอดสดฟุตบอล “ไทย พรีเมียร์ลีก” ในฤดูกาลนี้อีก 34 แมทช์ เป็น 238 แมทช์ต่อฤดูกาล และพร้อมจะประมูลลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีก ใน3 ฤดูกาลใหม่ปีหน้า
ขณะเดียวกันยังได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนไทย ,วอลเลย์บอล "เวิลด์กรังด์ปรีซ์" ,การแข่งขันแบดมินตัน ล่าสุดศึกวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ลีก “3 ฤดูกาลตั้งแต่ 2556-2558 รวม3 ฤดูกาล
ด้านลิขสิทธิ์กีฬาต่างประเทศมีการถ่ายทอดสดด้วยระบบ “เอชดี” เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น บาสเก็ตบอล NBA , กอล์ฟรายการเมเจอร์ ,อเมริกันฟุตบอล NBL , เทนนิส ครบทุกแกรนด์สแลม ,มอเตอร์สปอร์ต ทั้งเอฟวันและโมโตจีพี, สนุ๊กเกอร์ชิงแชมป์โลก, ศึกมวยชิงแชมป์โลก, มวยปล้ำดับเบิลยูดับเบิลอี เป็นต้น โดย 70-80% เป็นการถ่ายทอดสด
ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ มีช่องรายการรวม 146 ช่อง ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะทรูฯ โดยมีช่องทีวีดาวเทียมฟรีทูแอร์เพียง 5 ช่อง และในจำนวนช่องรายการทั้งหมดเป็นช่องกีฬารวม 21 ช่อง ในปีนี้มีแผนจะเพิ่มช่องกีฬาและช่องรายการประเภทอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์สมาชิกทุกกลุ่ม
องอาจ กล่าวอีกว่าด้วยฐานสมาชิกประมาณ 2 ล้านราย และกว่า5 แสนรายที่เป็นกลุ่มพรีเมียม “ช่องกีฬา” ไม่ใช่คอนเทนท์เดียวที่ตอบโจทย์สมาชิกทรูฯ แต่ยังมีคอนเทนท์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องบันเทิง ความรู้ สารคดี โดยในเดือนเม.ย.นี้ ทรูฯ จะเปิดตัวช่องรายการใหม่ๆ ,ช่องเอชดี และลิขสิทธิ์ที่ได้เพิ่มเติม พร้อมเสนอแพ็คเกจใหม่ๆ ให้กับสมาชิกได้เลือกใช้บริการ เพื่อ “ชดเชยการพลาดชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ”
“การไม่ได้บริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะมีผู้ชมกลุ่มคอบอล อาจจะยกเลิกการเป็นสมาชิกับทรูฯ แต่เชื่อว่าจำนวนไม่มาก และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของทรูฯ เพราะสมาชิกในหนึ่งครัวเรือน ไม่ได้ดูเฉพาะพรีเมียร์ลีกเท่านั้น” องอาจ กล่าว
แม้!ว่า ซีทีเอช จะเป็นผู้ครอบครองลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาล 2013-2016 ปัจจุบัน ซีทีเอช ยังไม่สรุปแผนบริหารลิขสิทธิ์ในด้านต่างๆ กับผู้ประกอบการรายใด และหากมีรูปแบบธุรกิจที่ทรูฯ และซีทีเอช สามารถเจรจา เพื่อร่วมมือในการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกร่วมกัน ภายใต้เงื่อนไข “ราคา จำนวนแมชท์ และคุณภาพของแมทช์ที่ดี" ก็พร้อมจะเจรจาเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน แบบ win win ทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม “ทรูวิชั่นส์ ก็พร้อมที่จะไม่มี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับจากฤดูกาลใหม่เป็นต้นไปเช่นกัน”
บูม'แชมเปี้ยนส์ลีก-ยูโรป้า'
แม้จะเป็นลีกฟุตบอลอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย และไม่มีรายการใดมาทดแทน “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ได้
จุลทัย ศาลิคุปต ผู้อำนวยการฝ่ายรายการกีฬา บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่าลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกโดยเฉพาะฟุตบอล ยังอยู่กับทรูฯ อีกหลายรายการ แม้การประมูลที่ผ่านมาจะส่งผลให้ราคาประมูลในหลายลีกดัง รวมทั้งคอนเทนท์กีฬาประเภทอื่นๆ มีราคาค่าลิขสิทธิ์จะขยับขึ้นในระดับ 10-20% จากปกติจะอยู่ที่ 2-5% เท่านั้น ด้วยเป็นเพราะการประมูลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในไทย ที่สร้างสถิติใหม่ ในอัตราสูงกว่าเดิม 6 เท่าตัว
อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์การบริหารคอนเทนท์กีฬาในปีนี้ จะมุ่งโปรโมทและทำกิจกรรมลีกฟุตบอล และกีฬารายการดังๆ อันดับรองจากพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะการแข่งขันรายการ “ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก” และยูโรป้าลีก ที่มีทีมดังจากพรีเมียร์ลีกร่วมแข่งขันด้วย
พร้อมขยายช่องทางการรับชมลีกฟุตบอลดังกล่าว ทั้งการถ่ายทอดสดและการรับชมย้อนหลัง จากแพ็คเกจที่รับชมได้ทางเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น Truevisions บนแทบเล็ตและสมาร์ทโฟน เพื่อให้สมาชิกรับชมลีกดังได้ทุกแพลตฟอร์ม






