"ทนง"ชี้หุ้นไทยพุ่งแรง อานิสงส์รัฐหั่นภาษีนิติบุคคล ส่งผลกำไรโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 10% เชื่อหากลดภาษีเหลือ 17% หุ้นไทยไปถึง 1,800 จุด
นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตประธานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในงานสัมมนาในเรื่อง "ทิศทางตลาดหุ้นไทย 2556: อิ่มตัวหรือไปต่อ" ที่จัดโดยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงในปี 2555 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลก็คือการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ของรัฐบาล ซึ่งทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นโดยรวมทันทีประมาณ 10% และหากมองว่าตลาดหุ้นไทยจะไปถึงระดับ 1,600 จุด หรือไม่ ก็มีโอกาสถึงเช่นกันด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตดี แต่จะไปถึงระดับ 1,800 จุด หรือไม่นั้น ถ้ารัฐบาลลดภาษีลงมาเหลือ 17% เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยไปถึงได้แน่นอนแต่รัฐบาลจะทำหรือไม่เป็นอีกเรื่อง
ทั้งนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยยังดูดีและโตกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในช่วงที่ผ่านมา อนาคตของเศรษฐกิจไทยที่น่าห่วงก็คือนโยบายของภาครัฐเอง เพราะปัจจุบันความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยก็ยังมีอยู่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและยุโรปหนี้สาธารณะต่อผลิตภันณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กำลังจะขึ้นไปเกิน 100% ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของโลกยังไม่รู้ว่าประเทศเหล่านั้นจะหารายได้มาใช้หนี้จากไหนในระยะยาว
"ประเทศพัฒนาแล้วถ้ามีปัญหาจะกระทบการส่งออกของไทยค่อนข้างมาก เพราะเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาภาคส่งออกค่อนข้างสูง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนของการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 140% ของ GDP ยังไงก็ประทบแน่"
นายทนง ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยถ้ารวมหนี้นอกงบประมาณก็น่าจะมากกว่า 50% ของ GDP แล้ว รัฐบาลควรจะคิดใหม่ทำใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศในระยะยาว ไม่ใช่คิดแต่จะกู้โดยออกพรบ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท แน่นอนว่าทุกอย่างล้วนสำคัญแต่ต้องเรียงลำดับความสำคัญให้ถูก ตัวอย่างมาเลย์เซียประกาศชัดเจนว่าในอีก 20 ปี จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ไทยในระยะสั้น 1 - 2 ปี เศรษฐกิจอาจจะยังดูดีเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลก เงินทุนไหลเข้าและมาตรการอัดฉีดของรัฐบาลแต่ในระยะยาว 10 - 20 ปี ข้างหน้าไทยจะแข่งขันในอาเซียนในโลกได้อย่างไร
ปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 70% ถ้าทำให้คนในต่างจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ได้ในระยะยาวความสามารถในการบริโภคของเขาก็จะลดลงเป้นสิ่งที่รัฐบาลควรคิด เพราะความสามารถในการแข่งขันของประเทศก้เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
"รัฐบาลถ้าหยุดการอุดหนุนประชาชนแบบผิดๆ อาจจะเกิดช็อคของประเทศขึ้นมาได้เพราะไปสร้างประชานิยมจ๋าจนน่ากลัว การช่วยให้คนต่างจังหวัดมีรายได้ต้องช่วยให้เขามีรายได้จริงๆ ปัจจุบันเขามีรายได้จริงมั้ย จะทำยังไงให้เขามีรายได้ต้องคิด ปัจจุบันปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยก้คือปัญหาคอรับชั่น"









