วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

5กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันรวมพลังต้านคอร์รัปชัน

กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน 5 องค์กร เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 7 ล้านล้าน ผนึกกำลังประกาศแบนบริษัทคอร์รัปชัน หวังยกระดับตลาดทุนไทย

กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันจากองค์การต่าง ๆ รวม 5 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมประกันชีวิตไทย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ สำนักงานประกันสังคม ร่วมกันประกาศจุดยืนของกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน จะไม่ลงทุน และ ทำธุรกรรมกับบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาล ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ผู้ลงทุนสถาบัน 5 กลุ่ม คือ กบข., สำนักงานประกันสังคม, สมาคมบริษัทจัดการลงทุน, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนรวมถึง 7 ล้านล้านบาท ได้ร่วมมือกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยรวมถึงภาคธุรกิจของไทยให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในสากล

นางสาวโสภาวดี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกบข.มีการบริหารเงินลงทุนกว่า 5.8 แสนล้านบาท ซึ่งในการลงทุนได้ว่าจ้างกองทุนมืออาชีพเป็นผู้บริหาร โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีกำไรเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงบริษัทที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง และเลือกบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ (เรทติ้ง) ในระดับ 3 ดาวขึ้นไปที่มีจำนวน 396 บริษัท หรือบริษัทที่อยู่เซ็ท 50 และเซ็ท 100 ในตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้เชื่อว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการร่วมเป็นเครือข่ายกับภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านคอร์รัปชันที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ด้านนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. บัวหลวง กล่าวว่า กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันทั้ง 5 องค์กร พร้อมที่จะใช้มาตรการเดียวกันในการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี สร้างมาตรฐานการลงทุนในตลาดหุ้นให้ขาวสะอาด เพื่อยกระดับตลาดทุนไทย และภาคธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนให้พิจารณาลงทุนในบริษัทที่ดี
นางวรวรรณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบลจ.บัวหลวง ได้กำหนดเกณฑ์การลงทุนที่ชัดเจน โดยให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นคือ การเป็นบริษัทที่มีอนาคตที่ดี และบริษัทที่มีความโปร่งใส (ไวท์ ลิสต์) ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีบริษัทที่เหมาะสมลงทุนและเข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ส่วนอยู่ 80 บริษัทจากทั้งหมด 500 บริษัท แต่คาดว่าในอนาคตบจ.ที่มีความโปร่งใสจะเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่นักลงทุนสถาบันจะดำเนินการ คือการใช้กลไกในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันจะส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมในบจ. ต่าง ๆ หากพบผู้บริหารบจ. ไม่โปร่งใส จะใช้สิทธิผ่านการ
ขณะที่นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ภายหลังจากความร่วมมือครั้งนี้ ทางสำนักงานประกันสังคมจะเข้มงวดการลงทุนให้มากขึ้นโดยต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในกลุ่มบริษัทที่สำนักงานฯ นำเงินไปลทุน จากเดิมที่เลือกจากอันดับเรทติ้งและทุกบริษัทต้องมีซีจีที่ดีเป็นหลักอยู่แล้ว

เขากล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนประกันสังคม มีการบริหารกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนรวมกันกว่า 8 แสนล้านบาท โดยในปี 55 ที่ผ่านมา ได้รับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 4.03 หมื่น ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดนั้น 14% หรือประมาณ 1.4 แสนล้านบาทจะลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนดี แต่มีความเสี่ยง ซึ่งแบ่งเป็นลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชน 4 หมื่นล้านบาท และลงทุนในตลาดหุ้น 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นที่สดใส กองทุนประกันสังคมมีแนวคิดที่จะลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันลงทุนอยู่ประมาณ 10% และมีเพดานการลงทุนอยู่ที่ 12%

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อว่า ปีนี้จะเป็นแรกที่กองทุนประกันสังคมจะลงทุนในตราสารอนุพันธ์ เนื่องจากเห็นโอกาสในการเติบโต รวมถึงกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้อนุมัติเพิ่มวงเงินในการลงทุนต่างประเทศอีก 400 ล้านดอลลาร์ ตามที่ได้เสนอไป จากเดิมที่มีวงเงินลงทุน 700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าในปีนี้สำนักงานจะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดในและต่างประเทศที่ 7.2%

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า บริษัทในธุรกิจประกันภัยจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีการบริการงานที่ดี โปร่งใส และเป็นธรรมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีเงินลงทุนรวมถึง 1.9 ล้านล้านบาท จากบริษัท 90 ราย โดยเป็นการลงทุนตลาดหุ้น 2.5แสนล้านบาท