วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปิยสวัสดิ์'แนะกระจายเชื้อเพลิงในแผนพีดีพี

"ปิยสวัสดิ์"แนะกระจายเชื้อเพลิงในแผนพีดีพี เสนอเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน หนุนผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มีต้นทุนถูกลง

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนาหัวข้อวิกฤตไฟฟ้า-วิกฤติพลังงาน เรื่องจริงหรืออิงมายา จัดโดยศูนย์ข้อมูลและสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง ว่า การผลิตไฟฟ้าในไทยไม่ควรพึ่งเชื้อเพลิงจาก๊าซธรรมชาติมากเกินไปจึงควรกระจายเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยง โดยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมีความสำคัญมากขึ้นที่ควรเพิ่มสัดส่วนเข้าไปในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) มากขึ้น ซึ่งแผนพีดีพีปรับปรุงได้ตลอดก็ควรเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าไป ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหินก็ยังมีอยู่ แต่ไม่ควรเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีที่ยังไม่สูจน์ไม่ได้ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลหญ้าเนเปียร์

ปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมีแนวโน้มต่ำลง โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มีต้นทุน 5-6 บาท ต่อ หน่วย ใกล้เคียงกับการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่มีต้นทุน 5 บาท ต่อหน่วย ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ลดลงมากจากอดีตที่เคยสูงถึง 16 บาท ต่อ หน่วย รวมทั้งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีจำกัดและราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มีแนวโน้มสูงขึ้นจะทำให้ราคาไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซในอนาคตสูงขึ้นด้วย รวมทั้งต้นทุนการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ยังสูงจะทำให้ราคาปิโตรเลียมสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการยื่นขอผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กับกระทรวงพลังงาน 600 ราย มีกำลังการผลิตรวม 4,000 เมกะวัตต์ โดยช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาการพิจารณาอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีอุปสรรคจากกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถ้าทั้ง 2 หน่วยงาน ไม่เป็นอุปสรรคจะทำให้ขณะนี้มีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าระบบประมาณ 1,000 เมกะวัตต์

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีการกำหนดโควตาปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมทำให้การออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) เป็นอุปสรรคทั้งที่ในอดีตไม่เคยมีปัญหาเวลาไปขอใบอนุญาตโรงงาน โดยการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 3.6 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่าเครื่องจักร 5 แรงม้า จะต้องขอใบอนุญาตโรงงาน ซึ่งเป็นปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำมากและถ้าบ้านขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรมต้องการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ก็ต้องขอใบอนุญาตโรงงาน