บริษัทผลิตหลอดไฟ ออสแรม ของเครือซีเมนส์ ตัดสินใจขายโรงงานในจีนเพื่อลดต้นทุน และเบนเข็มการลงทุนไปที่เทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี
บริษัทออสแรมได้เลิกจ้างและขายโรงงาน หลังจากที่มีความจำเป็นต้องหันเหมาลงทุนในเทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี เพื่อต่อสู้กับคู่แข่ง ในขณะนี้บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานไปแล้วกว่า 4,000 คน หลังจากที่ได้ขายโรงงานในเมืองเฉ่าซิง ให้แก่บริษัท "ซูเปอร์ เทรนด์ ไลท์ติ้ง กรุ๊ป" ของฮ่องกง
ตัวแทนออสแรม ระบุว่า บริษัทตัดสินใจขายโรงงานดังกล่าวเนื่องจากฐานการผลิตแห่งนี้เน้นผลิตการหลอดไฟแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในเรื่องมูลค่าของข้อตกลงนี้
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) นาย "วูล์ฟกัง เดอเฮน" กล่าวว่า ในตอนนี้ บริษัทจะมุ่งไปที่การเติบโตแบบหวังผลกำไร และวางแผนจะเพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากการขายหลอดไฟแอลอีดี โดยในปัจจุบัน หลอดไฟประเภทนี้ ทำรายได้ราว 25% ของรายได้โดยรวมทั้งหมดของออสแรม
ออสแรมตั้งเป้าประหยัดงบประมาณกว่า 1 พันล้านยูโรภายในปี 2558 ผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง แต่ในขณะเดียวกันก็จะวางแผนลงทุนอีกกว่า 100 ล้านยูโรในโรงงานผลิตหลอดแอลอีดีแห่งใหม่ในมณฑลเจียงซู
อย่างไรก็ตาม ออสแรม ย้ำว่า ถึงแม้ว่าจะขายโรงงานที่เมืองเฉ่าซิงไปแล้ว แต่ทางบริษัทก็ยังเห็นว่าเอเชีย และประเทศจีน จะยังเป็นตลาดสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหลอดไฟแอลอีดี โดยในปัจจุบัน เทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในการเป็นหลอดที่ให้แสงสว่างแก่ร้านค้า ร้านอาหาร และไฟหน้ารถ
ทั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาด้านบริหาร แมคคินซีย์ ออกมาคาดการณ์ว่า ตลาดหลอดไฟแอลอีดี จะโตขึ้นถึง 7 เท่า และมียอดขายถึง 6.5 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2663 โดยออสแรมมียอดขายทั่วโลกทั้งหมด 5.4 พันล้านยูโรและลูกจ้างทั้งหมดประมาณ 39,000 คนทั่วโลกโลก








