วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทคอนฯเล็งออกกองทุนอสังหาฯใหม่สิ้นปี

ไทคอนฯเตรียมขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มอีก 1กองทุนมูลค่า 6 พันล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ ขยับเป้ารายได้ปีนี้โต 7.5 พันล้านบาท

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) (TICON) กล่าวว่าบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาจะเสนอขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มอีก 1 กองทุน มูลค่าประมาณ 6 พันล้านบาท คาดว่าจะเสนอขายภายในสิ้นปีนี้ ทั้งกองทุนใหม่จะแตกต่างจากองทุนเดิม เนื่องจากรูปแบบจะเป็นลักษณะกองทุนให้สิทธิ์การเช่า ไม่ได้เป็นแบบขายขาด เนื่องจากโดยส่วนตัวมองว่ามูลค่าสินทรัพย์ในอนาคตน่าจะเพิ่มขึ้น และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีก จึงต้องการจะขายในรูปแบบให้เช่ามากกว่า

"ตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมการ ซึ่งหากต้องเพิ่มทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์กองเดิมจะมีความยุ่งยากมากกว่า และเป็นกองทุนแบบขายสิทธิ์ขาด แต่บริษัทต้องการที่ขายในรูปแบบการสิทธิ์การเช่าซื้อ 30 ปี ก็น่าจะต้องตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมา และบริษัทจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลง"กรรมการผู้จัดกการกล่าว

เขากล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจปีนี้ บริษัทปรับเพิ่มเป้ารายได้ เป็นเติบโตประมาณ 30% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 7,550 ล้านบาท จากเดิมคาดว่า จะทำได้ประมาณ 7,300 ล้านบาท เนื่องจากการขายสินทรัพย์ จะแบ่งเป็นการขายเข้ากองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ บางส่วน รวมทั้งกำลังศึกษาการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนรีทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่าจะมีรายได้จากค่าเช่าคลังสินค้าประมาณ 1.1 พันล้านบาท และเป็นรายได้จากเงินปันผลประมาณ 300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆประมาณ 150 ล้านบาททำให้บริษัทรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 7,550 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 5,800 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1/2556 บริษัทคาดว่าจะเติบโตไม่มาก เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่เป็นสัดส่วนจากค่าเช่าคลังสินค้า ซึ่งตามปกติแล้วตัวเลขรายได้จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 อย่างไรก็ตาม บริษัท เตรียมงบลงทุนประมาณ 8 พันล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินในปีนี้ 3 พันกว่าล้านบาท และจะนำไปขยายและก่อสร้างคลังสินค้าพื้นที่ประมาณ 2.5 แสนตารางเมตร และโรงงานอีก 1.2 แสนตารางเมตร

ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ของคลังสินค้าอยู่ที่ประมาณ 3.6-3.7 แสนตารางเมตร ส่วนพื้นที่โรงงานมีทั้งหมดกว่า 4 แสนตารางเมตร อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารายใหม่และรายเก่าเข้ามาติดต่อเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ โดยลูกค้าต่างประเทศจะเป็นชาวญี่ปุ่นประมาณ 10-20% ซึ่งประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์

บริษัทจะปรับราคาค่าเช่าคลังสินค้าขึ้น 10-15% จากปีก่อน โดยเฉพาะคลังสินค้าและโรงงานใหม่ที่สร้างเสร็จแล้ว เนื่องจากปัจจุบันราคาต้นทุนของที่ดินและต้นทุนของค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้งานก่อสร้างมีต้นทุนสูงกว่า 8-10% ส่วนราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น