พลังงานเร่งผลักดันไทยเป็นฮับซื้อ-ขายไฟฟ้าในอาเซียน ระบุมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ในการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าไทย" ในการสัมมนาเรื่อง"นโยบายและทิศทางพลังงานไทย"จัดโดยสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEEE) แห่งประเทศไทยร่วมกับ IEEE Power & Energy Society -Thailand ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฮับในการซื้อขายไฟฟ้า เพาเวอร์ กริด โดยการสร้างกริดไลน์เชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน
"มี 2 ประเทศที่เสนอตัวเป็นฮับ คือ ประเทศไทยและจีน แต่มั่นใจว่าประเทศไทยจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ เช่น ประเทศพม่า สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งประเทศดังกล่าวมีแผนลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าทุกรูปแบบ เช่น ถ่านหิน ปรมาณู พลังน้ำ โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลักดันให้ไทยเป็นฮับในการซื้อขายไฟฟ้า เนื่องจากจะทำให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือกับประเทศในอาเซียน รวมถึงการสร้างโครงข่ายที่ถูกต้องและสามารถกระจายไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง
ส่วนโซลาร์ รูฟ ท็อป ที่ติดตั้งบนหลังคาโรงงานและบ้านเรือนประชาชน ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคในเรื่องต่างๆ เช่น ความสะดวกการขอใบอนุญาตในการติดตั้งแผงโซลาร์ การออกระเบียบให้ง่ายขึ้น รวมถึงขั้นตอนในการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการคิดภาษีในการซื้อขาย ตัวโซลาร์มีมอเตอร์เกี่ยวกับโรงงาน ต้องการใบอนุญาต รบ.4 ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก อาจจะต้องแก้ไขกฎระเบียบหรือข้อยกเว้น สำหรับโรงไฟฟ้าปรมาณูตามแผนพีดีพี
ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ระหว่างศึกษากฎระเบียบการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ตามหลักสากล เช่น ต้องมีแหล่งน้ำอยู่ใกล้พื้นที่โรงไฟฟ้า ห่างไกลจากผู้คนและต้องสร้างบนพื้นดินที่มีความแข็ง แต่คงไม่ได้เห็นในระยะเวลาอันใกล้อย่างแน่นอน เพราะภูมิศาสตร์ของไทยไม่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าปรมาณู แม้ว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ ทำให้พลังงานราคาถูกและลดต้นทุนการผลิตภาค อุตสาหกรรมทำให้สามารถแข่งขันในเรื่องราคาได้ก็ตาม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า การสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องพลังงานไฟฟ้าทั้งถ่านหิน พลังงานน้ำ และปรมาณู มองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากอีก 9 ปีข้างหน้าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดลง ซึ่งประเทศไทยใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 70% หากใช้น้ำมันผลิตก็จะทำให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น จึงต้องมองหาพลังงานทดแทนอื่นเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทางกระทรวงพลังงานจึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจด้านพลังงานให้กับประชาชน การสร้างโรงไฟฟ้าภายในประเทศก็จะทำให้รายได้ต่อหัวสูงขึ้น ต้นทุนผลิตถูก การลงทุนเพิ่ม จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น









