วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“บุญเกียรติ โชควัฒนา” สมดุล "งาน กับ ความฝัน"

"บุญเกียรติ โชควัฒนา" ซีอีโอแห่งไอ.ซี.ซีฯ ที่แม้ทุกวันนี้จะยังคงทำงานหนัก แต่เขาไม่เคยละทิ้งความฝัน

หนึ่งในนักบริหารเครือสหพัฒน์ฯ เจ้าตำรับ “คิดบวก” คงต้องยกนิ้วให้กับ “บุญเกียรติ โชควัฒนา” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ขับเคลื่อนธุรกิจในเครือสหพัฒน์มายาวนาน สานต่อภารกิจของตระกูล “โชควัฒนา” ขยายองค์กรให้เติบใหญ่แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเวทีการค้าที่ไร้พรมแดนมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันเพิ่มดีกรีความร้อนแรง

ทว่า อายุที่มากขึ้น ย่างเข้าสู่วัย 66 ปีของบุญเกียรติ ทำให้เขาตั้งใจจะวางมือจากการทำงานทิ้งเก้าอี้บริหารเพื่อเกษียณตัวเองไปถักทอ "ความฝัน" ที่วาดไว้ร่วมกับศรีภรรยา “ทิพาภรณ์ โชควัฒนา” ด้วยการไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่ประเทศอังกฤษ ดินแดนที่ทั้งคู่ประทับใจ ทว่าภารกิจที่ค้ำคอ ทำให้บุญเกียรติยังต้องกุมบังเหียนไอ.ซี.ซี.ต่อไป

ไม่เพียงแต่ไอ.ซี.ซี. วันนี้เขายังรับหน้าเสื่อเป็นแม่ทัพแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมของธุรกิจรองเท้า ภายใต้บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) และนั่นดูจะเป็นภาระหนักอึ้งที่ท้าทายผู้บริหารมากประสบการณ์ผู้นี้

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้เขาทำตามฝัน เสพสุขและใช้ชีวิตรื่นรมย์ในต่างแดนไม่ได้ แต่ชีวิตใช่ว่าจะหยุดล่าฝัน ล่าสุดสองสามีภรรยา จูงมือกันมาแถลงข่าวถึงการใช้เงินทุนส่วนตัว พร้อมกับการกู้แบงก์ส่วนหนึ่ง มาพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มูลค่าการลงทุนร่วมๆ 1,600 ล้านบาท หวังจะเนรมิตเมืองบาธ เมืองโบราณที่มีสถาปัตยกรรมสมัยตอร์เจียน ปลายศตวรรษที่ 18 และมีสถาปัตยกรรมโรมันมากมาย ในอังกฤษมาไว้ในประเทศไทย ใจกลางแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งคู่หลงรักเมืองผู้ดี “บุญเกียรติ” เล่าว่า เมื่อครั้งที่เขาและภรรยาไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2509 เป็นเวลา 4 ปี และตกหลุมรักดินแดนแห่งนี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้เขาทั้งคู่ต้องการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบอังกฤษจริงๆ พร้อมไปกับอยากจะไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น

กระทั่งทั้งคู่ย้ายไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาอีก 2 ปี และแต่งงานกันในปี 2514 จนกลับมาช่วยงานของของตระกูล ทว่าความฝันก็ยังคงติดค้างอยู่ในใจมาตลอด 30 ปี วันนี้มีโอกาสจึงขอสานฝันให้บรรลุความตั้งใจด้วยการเดินหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย เพราะงานในเครือสหพัฒน์ ยังต้องมีหัวเรือใหญ่นำทัพต่อไป

“ตอนนี้ไม่อยากเกษียณแล้ว มีภารกิจต้องดูแลที่นี่(เครือสหพัฒน์)ให้ดี” บุญเกียรติเล่าถึงสาเหตุที่ไม่สามารถไปใช้ชีวิตเกษียณที่ประเทศอังกฤษได้

“วันนี้ผมยังทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวัน ถ้ามีเวลาว่างจะใช้เวลาทั้งหมดในการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมๆ 12 ชั่วโมง ชดเชยกับการอดนอนทำงานหนัก” เขาหัวเราะ

สะท้อนให้เห็นว่าเขายังคงทำงานหนัก นั่นเพราะสหพัฒน์มีบริวารที่ต้องดูแลนับแสนคน เป้าหมายในการบริหารองค์กรแห่งนี้ เขาหวังให้ทุกคนมีความเจริญก้าวหน้า หากความสำเร็จดังกล่าวยังเห็นภาพชัด จึงจะรีไทร์ตัวเอง

นอกจากนี้ อายุที่มากขึ้น ทำให้ต้องปูทางให้ทายาทรุ่นหลังเข้ามาสานต่อธุรกิจ โดยมีทายาทหลายคนที่เล็งไว้ อาทิ “ธรรมรัตน์ โชควัฒนา” บุตรชายของเสี่ยบุณยสิทธิ์ และ “กิตยาภรณ์ ชัยถาวรเสถียร (โชควัฒนา)” บุตรสาวคนเดียวของบุญเกียรติ เป็นต้น

“การวางทายาทให้มาสานต่อธุรกิจของไอ.ซี.ซี. คล้ายๆกับบริษัทอื่นในเครือสหพัฒน์ ซึ่งตอนนี้เราเริ่มดึงคนรุ่นใหม่เขามาเรียนรู้การทำงานและหาประสบการณ์”

ขณะที่มุมมองการทำงานของ “บุญเกียรติ” ล้วนเป็นเชิงบวก ไม่ว่ากี่ครั้งที่ธุรกิจต้องเผชิญวิกฤติการเมือง ภัยธรรมชาติ ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกถดถอย แต่เขายังคงมองในแง่ดี เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้า เพราะการพลิกมุมมองให้เป็นบวก จะทำให้มองเห็นโอกาสและแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่เสมอ ต่างจากการคิดในแง่ร้าย อาจเป็นปัจจัยบั่นทอนความรู้สึกตนเองให้เกิดความท้อถอย หมดแรงจะก้าวต่อไปข้างหน้า

นอกจากการคิดดี คิดบวกแล้ว ยังต้องปฏิบัติดี โดยเฉพาะกับพนักงาน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารคนนี้ยึดถือนั่น คือ “ความรักและความเมตตา” "บุญเกียรติ" บอกเช่นนั้น

นิยามความรักของเขาที่มีต่อการทำงาน นั่นคือ การทำในสิ่งที่รัก เพราะจะช่วยให้ทำงานอย่างมีความสุข สนุกในทุกวัน
ส่วนความเมตตา นั่นคือ สิ่งที่เขามอบให้กับพนักงานในองค์กร เพราะความเมตตาคือความปรารถนาดี ความหวังดี ต่อลูกน้อง ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์จากผู้ปฏิบัติงานใต้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียว แต่ผู้บริหาร และองค์กรจะต้องดูแล ไม่ทอดทิ้งพนักงาน ไม่ว่ายามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือกระทั่งเวลาแห่งความสุข


“เราต้องมีเมตตากับลูกน้อง และคนที่ทำงานกับเรา ไม่ใช่จะยึดประโยชน์จากเขาเท่านั้น”สอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดที่ “บุญเกียรติ” หวังไว้ให้ทุกคนก้าวหน้า และเติบใหญ่ไปพร้อมๆ กับองค์กรที่แผ่ขยายร่มเงาให้แผ่ไพศาลในวงการธุรกิจ


อีกสิ่งหนึ่งที่นักบริหารคนนี้สำทับในกระบวนการทำงาน นั่นคือ “ความอดทน” เพราะการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบใหญ่นั้น มีอุปสรรคมากมาย จึงจำเป็นต้องมีความอดทนต่อปัจจัยเร้าที่จะกระทบองค์กร 30 ปี กับการสานฝันด้วยการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ “บุญเกียรติ” บอกว่ายังมีสิ่งที่เขาอยากทำอีกมากมาย ขณะที่ชีวิตส่วนตัวต้องการ “ปฏิบัติธรรม”
“อายุขนาดนี้แล้ว ไม่เน้นเรื่องทำธุรกิจ แต่เน้นการทำดี” แม้กระทั่งการทำธุรกิจอสังหาฯ เขาก็มองเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่ได้แสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเติมเต็มความฝันของตนเองและภรรยา เขาย้ำปนรอยยิ้ม


ถามว่าสิ่งที่ทำมากมาย วันนี้ประสบความสำเร็จหรือยัง.. นักบริหารผู้คิดบวก บอกว่าบางอย่างก็ยังไม่ Success โดยเฉพาะ “การให้” พนักงานเติบโตเช่นเดียวกับองค์กร แต่เขาไม่ย่อท้อ ยังคงสะสมพลังเพื่อทุ่มเทเวลาทำงานสร้างสิ่งดีๆเพื่อองค์กรและพนักงานต่อไป

กระนั้น...ก็ไม่เคยละทิ้งความฝัน